posttoday
ยึด พรก.ฉุกเฉินฯ ชายแดนใต้อีก 3 เดือน

ยึด พรก.ฉุกเฉินฯ ชายแดนใต้อีก 3 เดือน

05 มีนาคม 2556

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม มีมติให้ขยายการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในทุกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 19 มี.ค.นี้

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม มีมติให้ขยายการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในทุกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 19 มี.ค.นี้

การประชุมทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เสนอพื้นที่ที่เห็นว่าควรจะมีการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี อ.เบตง อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งที่ประชุมได้เห็นด้วย

แต่ต้องการให้มีการดำเนินการเป็นไปตามโรดแมปของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ต้องนำเรื่องนี้ไปพูดคุยหารือกับทางกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งหากในพื้นที่ 5 อำเภอนี้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ก็สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และนำพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.มั่นคงฯ) เข้ามาใช้ในพื้นที่อีกได้

ส่วนเหตุผลในการที่จะให้พื้นที่ 5 อำเภอ ปรับใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ นั้น พิจารณาจากสถิติของสถานการณ์ ซึ่งถือว่ามีน้อยมาก และดูจากความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะนำฝ่ายมหาดไทยและตำรวจมาชดเชยเจ้าหน้าที่ทหาร ตลอดทั้งรับฟังความคิดจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่ง ศอ.บต.ได้รายงานมาว่าใน 5 อำเภอ ควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่า ใน 5 อำเภอมีความมั่นใจที่จะประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ได้ เพียงแต่ขอให้มีกระบวนการในการพูดคุย เพราะเมื่อมีการลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็นแล้ว ทางไทยก็อยากดูความจริงใจกับฝ่ายที่จะพูดคุยว่าเราจะสามารถดำเนินการควบคู่ไปได้อย่างไร ซึ่งคาดว่าจะนำผลการประชุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

ด้าน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เชื่อว่า สมช.ลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็น สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้จะดีขึ้นตามลำดับ และถือว่าเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหามากขึ้น ทุกสมรภูมิและทุกการรบต้องมีการคุยกัน เพราะคู่ขัดแย้งต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้ทราบต่อไปว่าการแก้ไขจะต้องดำเนินการอย่างไร ดีกว่ามาเดากันเอง โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะต้องทำต่อไปเพื่อให้เกิดความสงบสุข

“การลงนามครั้งนี้เป็นกุญแจดอกแรก และต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญไทย ส่วนขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการพูดคุยเพื่อกำหนดว่าจะพูดคุยเรื่องอะไรและอย่างไร ที่ไหน แต่ต้องคุยหลายฝ่าย” รมว.กลาโหม ย้ำ

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา เป็นห่วงรัฐแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ไม่ถูกจุด พร้อมกับตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นการจัดฉากขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ปฏิเสธการเจรจา แต่กรณีดังกล่าวควรมีการเจรจาทางลับจนตกผลึกเสียก่อนค่อยมาเปิดเผยต่อสาธารณชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท