posttoday
ปปช.เผย8อุปสรรคสกัดสังคมปลอดทุจริต

ปปช.เผย8อุปสรรคสกัดสังคมปลอดทุจริต

04 มีนาคม 2556

ปปช.พบ 8 อุปสรรคสร้างสังคมปลอดทุจริต ชี้ ฝ่ายการเมืองขาดความจริงใจแถมไม่ให้ความร่วมมือ

ปปช.พบ 8 อุปสรรคสร้างสังคมปลอดทุจริต ชี้ ฝ่ายการเมืองขาดความจริงใจแถมไม่ให้ความร่วมมือ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระยะที่ 2(พ.ศ.2556-2560)

นายอุทิศ ขาวเธียร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวบรรยายเรื่องแนวทางการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ฉบับที่ 2 ใจความว่า หลังจากได้บังคับใช้ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่ 1 มีผลการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า อุปสรรคมีทั้งจากภายนอกและภายใน รวม 8 ด้าน

ทั้งนี้อุปสรรคจากภายนอก 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ผู้เกี่ยวข้องให้ความใส่ใจน้อย บางหน่วยงานบอกว่าไม่เคยได้ยินเลยว่ามียุทธศาสตร์ชาติฯ บางคนบอกแค่รับทราบ แต่ยังไม่ให้น้ำหนัก 2.ประชาชนไม่ตื่นตัว ตรงกันข้าม ท่าทีของประชาชนเหมือนจะยอมรับว่าการคอร์รัปชั่นเป็นวิถีชีวิต ร้ายที่สุดคือเยาวชนพูดว่าทุจริตบ้างไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน 3.ไม่มีการบูรณาการ ภาครัฐต่างคนต่างทำ มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ทำให้ภาครัฐไปอีกทาง ป.ป.ช.ผลักดันไปอีกทาง แม้กระทั่งรัฐบาลก็ยังบอกว่าไม่รู้ว่ามียุทธศาสตร์ชาติฯ และ 4.ภาคการเมืองไม่จริงใจในการแก้ปัญหาทุจริต บางมาตรการล่าช้า ไม่ได้รับการสนับสนุน

ขณะที่อุปสรรคจากภายใน 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ภาคีต่างๆ ที่มาร่วมมือกันยังไม่ประสานงานกันอย่างดีพอ เพราะเป็นธรรมชาติที่เอกชนย่อมคิดไม่เหมือนภาครัฐ สื่อมวลชนย่อมคิดไม่เหมือนองค์กรศาสนา จึงเป็นหน้าที่ของเลขานุการ ในการให้ภาคีต่างๆ ทำงานร่วมกัน 2.ขาดการประสานงานภายใน สำนักงาน ป.ป.ช.เอง 3.ขาดการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับภูมิภาค 4.ขาดการติดตามประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมองค์กรของ ป.ป.ช.เอง ที่ยังเป็นหน่วยงานราชการ จะทำอะไรต้องเป็นไปตามขั้นตอน อาศัยกฎ ระเบียบ รอการอนุมัติ ซึ่งมันไม่คล่องตัว ทำให้ยังจัดการกับการทุจริตไม่ได้

“พอชาวบ้านไม่ตระหนัก ก็ไม่มีผลบังคับทางการเมือง นักการเมืองก็เลยล่าช้า และอาจคิดว่าถ้าผ่านมาตรการเหล่านั้นไป ไม่ช้าก็จะกลายมาเป็นบูมเมอแรงทำร้ายตัวเอง ท่านประธาน ป.ป.ช.เคยกล่าวติดตลกกับผมว่า มันเป็น ป.ป.ช.เหลือเกิน คือเป็นไปอย่างช้าๆ” นายอุทิศกล่าว

นายอุทิศกล่าวว่า เรามักพูดกันถึงจริยธรรม ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ในเมืองนอก แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าผิดจริยธรรม ก็ไม่ได้ แต่ในเมืองไทย มักจะถามว่า มันผิดกฎหมายไหม ถ้าไม่ผิดกฎหมาย ก็ทำได้ แม้จะผิดจริยธรรม สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวิถีชีวิตไปแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ตนอยากโยนให้ทุกคนช่วยกันคิด ว่าจะทำอย่างไร ให้จริยธรรมเป็นวิถีชีวิตของคนไทย

“นานาชาติถือว่าการทุจริตประพฤติมิชอบเป็นอาชญากรรมแล้ว แค่การประพฤติมิชอบเองนะครับ การทุจริตจึงเป็นอาญชากรรมข้ามชาติ ดังนั้นบทบาท ป.ป.ช.ภาครัฐ ภาคเอกชน ต้องรับเข้ามาแล้ว เพราะมันจะเป็นกติกาสากล ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอันตราย ให้เกิดขึ้นไมได้” นายอุทิศกล่าว

นายอุทิศกล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องพูดถึง คือการเปลี่ยนแผนไปสู่การปฎิบัติ เนื่องจากยุทธศาสตร์ชาติฯ ฉบับที่ 1 เราก็วางแค่แนวยุทธศาสตร์จริงๆ แล้วคิดว่ากระทรวง ทบวง กรม จะนำไปแปลงสู่การปฎิบัติ แต่ปรากฎว่าไม่ได้เกิด ดังนั้นยุทธศาสตร์ชาติฯ ฉบับที่ 2 จะต้องว่ากันถึงการแปลงสู่การปฎิบัติมากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องก้าวไปสู่การชี้นำการปฎิบัติ ในด้านใด อย่างไร แค่ไหน จะต้องมาคิดร่วมกัน เพราะอย่างยุทธศาสตร์ชาติฯ ฉบับที่ 1 มีประเด็นหลัก 4 ข้อ หลายหน่วยงานก็เลือกสิ่งที่ทำง่ายๆ คือประชาสัมพันธ์ปลูกจิตสำนึก ซึ่งใช้กลไกประชาสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม

จากนั้น เป็นการนำเสนอภาพรวมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่ 2 โดยคณะที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยนายณรงค์ ป้อมหลักทอง นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  (ทีดีอาร์ไอ) และนายบรรเจิด สิงคะเนติ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ (นิด้า)

นายณรงค์กล่าวว่า ปัญหาใหญ่อาจจะไม่ได้อยู่ที่ยุทธศาสตร์ แต่อยู่ที่การนำไปใช้ นำไปปฎิบัติ ซึ่งคิดว่าน่าจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ เพราะหากใช้ ป.ป.ช.เป็นกลไกหลักในการปราบปรามการทุจริต ตนคิดว่ามันไม่มีอนาคต แต่จะทำอย่างไรให้กระบวนการตรวจสอบเริ่มต้นได้ง่าย จะทำอย่างไรให้เริ่มทันทีที่มีข้อมูลเข้ามา จะได้ไม่ต้องเข้าคิวรอ เพราะการตรวจสอบการทุจริต ใช้เวลามาก กว่า ป.ป.ช.จะชี้มูล คดีถึงศาล ใช้เวลามาก ส่วนจะทำอย่างไร จะมีการแก้กฎหมายหรือไม่ อย่างไร คงต้องไปหารืออีกครั้ง

“ถ้าดูจากที่มีองค์กรอิสระ 6-7 องค์กร ถ้าพบว่ามีทุจริตส่งมายัง ป.ป.ช. ก็ต้องเข้าคิวรออีก ผมจึงเสนอว่ามันจะมีฟาสต์แทร็กได้หรือไม่ จะสร้างกระบวนการอย่างไร ให้ไม่ต้องเข้าคิวรอ” นายบรรเจิดกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท