
พูดแล้วต้องทำ
การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังได้รับทราบผลการเลือกตั้งก็คือ ความผิดหวังของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ก็เพราะผู้ที่ชนะการเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่ทำตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ แตกต่างจากในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผู้สมัครทุกคนต่างพรั่งพรูสารพัดนโยบายออกมาหว่านล้อมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตัวเอง
การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังได้รับทราบผลการเลือกตั้งก็คือ ความผิดหวังของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ก็เพราะผู้ที่ชนะการเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่ทำตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ แตกต่างจากในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผู้สมัครทุกคนต่างพรั่งพรูสารพัดนโยบายออกมาหว่านล้อมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตัวเอง
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผู้สมัครทุกคนต่างก็แย่งชิงกันนำเสนอนโยบาย เพื่อต้องการเอาชนะใจคนกรุงเทพฯ หลายนโยบายเป็นนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก หลายนโยบายก็เป็นนโยบายที่มีความเกี่ยวพันกับหน่วยงานระดับชาติและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ชนะการเลือกตั้งจะสามารถผลักดันนโยบายให้สำเร็จได้ดั่งใจ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เรื่อง “ร้อยคำบรรยายจากใจคนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าด้วยนโยบายที่อยากเสนอด้วยตนเอง ความผิดหวังและความสมหวังในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในอดีต” เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบประชาชนถึง 46.8% ระบุว่า ผู้ได้รับการเลือกตั้งไม่ทำตามที่พูดเอาไว้
ปัญหาดังกล่าวได้สร้างความเบื่อหน่ายต่อการเลือกตั้งให้กับคนกรุงเทพฯ จนส่งผลให้การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ คงที่อยู่ที่ระดับ 50% มาอย่างต่อเนื่อง โดยคนอีก 50% ที่ไม่ออกมาใช้สิทธิก็เพราะเห็นว่าถึงจะออกมาใช้สิทธิก็คงไม่ทำอะไรให้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้น เพราะไม่ว่าจะเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ล้วนแต่ไม่ทำตามที่ได้หาเสียงเอาไว้
ดังนั้น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจะต้องตระหนักถึงความผิดหวังของคนกรุงเทพฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการทำตามที่ได้หาเสียงเอาไว้อย่างจริงจัง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นกับคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้การทำหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ที่สำคัญก็คือ ผลที่ได้จากการที่ผู้ได้รับการเลือกตั้งทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก็คือ ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไปคนกรุงเทพฯ จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น และจะทำให้การพัฒนากรุงเทพฯ เป็นไปตามทิศทางที่คนกรุงเทพฯ อยากให้เป็นจริงๆ แต่หากผู้ได้รับการเลือกตั้งไม่ทำตามที่ได้หาเสียงไว้เหมือนเช่นในอดีตที่ผ่าน กรุงเทพฯ ก็คงจะย่ำอยู่กับที่แบบนี้ไปอีกนาน







