posttoday
เคล็ดลับ...คอร์รัปชัน (1)

เคล็ดลับ...คอร์รัปชัน (1)

04 มีนาคม 2556

หนึ่งในความยากลำบากในการปราบปรามคอร์รัปชันก็คือ นานวันไปคอร์รัปชันก็ยิ่งมีพัฒนาการจนลึกซึ้ง แนบเนียน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากเดิมที่เป็นแค่การแอบรับเงินใต้โต๊ะ ก็กลายมาเป็นถึงขั้นโกงในระดับการวางงบประมาณ ซึ่งยากแก่การตรวจสอบ เรียกได้ว่าคอร์รัปชันเป็นหลักพันหลักหมื่นล้านนั้นถ้าทำกันอย่างเป็นๆ แล้ว บางทีคนยังดูกันไม่ออก นึกว่าเป็นเรื่องปกติทางการงบประมาณก็มี

หนึ่งในความยากลำบากในการปราบปรามคอร์รัปชันก็คือ นานวันไปคอร์รัปชันก็ยิ่งมีพัฒนาการจนลึกซึ้ง แนบเนียน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากเดิมที่เป็นแค่การแอบรับเงินใต้โต๊ะ ก็กลายมาเป็นถึงขั้นโกงในระดับการวางงบประมาณ ซึ่งยากแก่การตรวจสอบ เรียกได้ว่าคอร์รัปชันเป็นหลักพันหลักหมื่นล้านนั้นถ้าทำกันอย่างเป็นๆ แล้ว บางทีคนยังดูกันไม่ออก นึกว่าเป็นเรื่องปกติทางการงบประมาณก็มี

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมาทำความเข้าใจกันถึง “กลยุทธ์” ของการคอร์รัปชัน กล่าวคือองค์ประกอบที่ทำให้การคอร์รัปชันในสมัยใหม่นี้มีประสิทธิภาพและยากแก่การตรวจจับ เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ทันกลยุทธ์เหล่านี้ และสามารถสังเกตความไม่ชอบมาพากลอันเกิดจากคอร์รัปชันได้มากขึ้น กลยุทธ์ของการคอร์รัปชันนั้นมีดังต่อไปนี้

หนึ่ง การคอร์รัปชันนั้นจะต้องมีผลเป็นการ“ได้กระจุกเสียกระจาย”

สังเกตได้ว่าการคอร์รัปชันที่ประสบความสำเร็จนั้น มีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือจะเป็นการทำให้คนส่วนน้อย ซึ่งกระจุกอยู่เพียงคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ (เช่นตัวนักการเมืองที่คอร์รัปชัน หรือข้าราชการที่นักการเมืองที่คอร์รัปชันนั้นเอาเงินไปแจก) ในขณะที่คนเสียประโยชน์นั้นมักจะกระจายอยู่ทั่วไป ไม่กระจุกอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ทั้งนี้ ก็เพราะลักษณะอย่างนี้เอื้อต่อการอำพรางคอร์รัปชัน เนื่องจากต้นทุนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคอร์รัปชันจะถูกแบกรับโดยผู้เสียประโยชน์ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่นั้นอย่างเฉลี่ยๆ กันไป ความเสียหายที่มหาศาลก็เลยเจือจางจนดูเหมือนเล็กน้อย ตรงกันข้าม ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากคอร์รัปชัน ซึ่งแบ่งกันอยู่ไม่กี่คนจึงต่างได้เป็นกอบเป็นกำ ชวนให้อยากคอร์รัปชันอีกเรื่อยๆ

ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ การทุจริตจากงบประมาณลงทุนหรือจัดซื้อจากส่วนกลางของประเทศ ต้นทุนความเสียหายจากการนี้จะกระจายสู่ประชาชนทุกคนในรูปของภาษี จนเฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะเสียหายเพียงคนละไม่กี่บาท เช่น การทุจริต 6,500 ล้านบาทนั้น หารแล้วทุกคนจะเสียหายเพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งลักษณะอย่างนี้จะทำให้คนไม่รู้เนื้อรู้ตัวเวลาถูกคอร์รัปชัน เพราะความเสียหายเฉพาะตัวมีจำนวนน้อย ดังนั้น จึงย่อมไม่มีการต่อต้าน การคอร์รัปชัน การโกงเงินงบประมาณก็เลยทำได้ทีละเป็นพันเป็นหมื่นล้านโดยไม่มีอุปสรรคอะไร

ในทางตรงกันข้าม คอร์รัปชันที่ไม่ทำให้เข้าลักษณะอย่างนี้ เช่น ทำในลักษณะของ “ได้กระจุกเสียกระจุก” นั้น ต่อให้คอร์รัปชันในจำนวนที่น้อยกว่า ก็รับรองว่าจะมีคนร้องเรียนหรือต่อต้าน เรื่องไม่เงียบได้ง่ายๆ เช่น การทุจริตแล้วสร้างเหมือง สร้างโรงงานในชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ เพราะความเสียหายอันเกิดจากคอร์รัปชันในกรณีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการต้องสูญเสียที่ทำกิน การต้องเผชิญกับปัญหามลภาวะ การต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ฯลฯ จะเกิดขึ้นกับคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น กล่าวคือคนในชุมชน ดังนั้น คนในชุมชนจะรู้สึกได้เป็นอย่างดีถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น และก็จะออกมาต่อต้าน ทำให้คอร์รัปชันลักษณะนี้หลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ

หรืออีกทีก็คือการทุจริตโดยใช้วิธีขึ้นราคาค่าบริการของโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ เพราะพอขึ้นราคาแล้ว คนทั่วไปอาจไม่รู้สึก แต่อย่างน้อยกลุ่มผู้ใช้บริการเป็นต้องรู้สึกแน่ เพราะความเสียหายมากระจุกอยู่เฉพาะกับตัวผู้ใช้บริการเอง แต่สถานการณ์จะเป็นตรงกันข้ามทีเดียว ถ้าทุจริตแล้วไม่ขึ้นราคากับผู้ใช้บริการ แต่คงราคาไว้แล้วไปใช้เงินภาษีมาทดแทนส่วนต่างแทน เนื่องจากกรณีนั้นจะไม่ใช่เสียกระจุกอีกต่อไป แต่จะเป็น “เสียกระจาย” คือเสียกันทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้บริการ ซึ่งอย่างที่บอกแล้วจะไม่มีใครรู้ตัว อนึ่ง ที่ว่าเสียกระจุกนี้ บางทีก็ไม่ต้องเป็นประชาชนตาดำๆ ก็ได้ เช่น กลุ่มพ่อค้า 45 เจ้า ผูกขาดการส่งวัตถุดิบให้รัฐวิสาหกิจอยู่ดีๆ อยู่มามีเจ้าหนึ่งแอบไปจ่ายใต้โต๊ะ แล้วได้กินรวบเป็นซัพพลายเออร์อยู่คนเดียว อย่างนี้พ่อค้าอีก 34 เจ้าที่เหลือก็เรียกว่า “เสียกระจุก” ได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ที่น่ากลัวก็คือ นักคอร์รัปชันเดี๋ยวนี้เขาไม่ยอมโกงอะไรให้เสียกระจุกอีกแล้ว เพราะรู้ว่าทำยาก ทำแล้วมีแต่จะถูกพวก “กระจุก” ที่เสียประโยชน์มาร้องเรียนต่อต้าน สู้ไปโกงในระดับงบประมาณประเทศให้มันเสียกระจาย แบบไม่ให้รู้ตัวดีกว่า ทุกวันนี้ก็เห็นกันอยู่แล้ว ในปีหนึ่งๆ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องเรียนเพียงปีละ 3,000 เรื่อง ทั้งๆ ที่ทุกคนทราบดีว่ามีการคอร์รัปชันทั่วประเทศมากกว่า 3,000 ครั้ง ในทุกๆ ชั่วโมง ทั้งในและนอกเวลาราชการ เป็นการแสดงให้เห็นว่าคอร์รัปชันเกือบทั้งร้อยละร้อยนั้นไม่มีการร้องเรียนและไม่มีการสอบสวน ซึ่งนี่เป็นไปได้ก็ด้วยความเงียบเชียบของการโกงด้วยกลยุทธ์ “ได้กระจุก เสียกระจาย” นั่นเอง

และคิดดูนี่ยังเป็นแค่กลยุทธ์เพียงข้อหนึ่งของคอร์รัปชันเท่านั้น ยังเหลืออีกตั้งสอง

แต่นั่นเป็นเรื่องที่เราจะมาพูดถึงกันในคราวหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท