
ต่างชาติยังซื้อตราสารหนี้ไทยเพราะพื้นฐานดี
แนวโน้มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง แม้ว่าจะชะลอตัวลงในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของประเทศไทย และทางการคงไม่มีมาตรการอะไรออกมาสกัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งขึ้นมากกว่าปัจจุบันได้ “อริยา ติรณะประกิจ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าว
แนวโน้มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง แม้ว่าจะชะลอตัวลงในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของประเทศไทย และทางการคงไม่มีมาตรการอะไรออกมาสกัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งขึ้นมากกว่าปัจจุบันได้ “อริยา ติรณะประกิจ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าว
ขณะนี้เม็ดเงินต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทยมากกว่าตราสารหนี้ของอินโดนีเซียแล้ว แม้ว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยเพียง 3.8% ต่อปี เทียบกับพันธบัตรอายุเดียวกันของอินโดนีเซียที่ให้สูงถึง 5% ก็ตาม ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือน ม.ค.
ส่วนแรงซื้อของต่างชาติเริ่มชะลอตัวลงในเดือน ก.พ. ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติและคงไม่ใช่เป็นสัญญาณการลดน้ำหนักการลงทุน เพียงแต่นักลงทุนต้องการรอดูความชัดเจนของหลายๆ เหตุการณ์เท่านั้น เช่น เรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยและปัจจัยต่างประเทศ ทั้งผลการเลือกตั้งของประเทศอิตาลีและการตัดลดงบประมาณรายจ่ายของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีเม็ดเงินซื้อสุทธิวันละ 2,000-3,000 ล้านบาทเท่านั้น
“นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมากกว่า 3,000 ล้านบาท ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เป็นเม็ดเงินที่เกิดจากการชะลอซื้อตราสารหนี้ไทยแล้วโยกไปลงทุนในหุ้น เพราะเป็นคนละตลาดและนักลงทุนทั้งสองกลุ่มนี้แตกต่างกันมาก แต่บางจังหวะก็มีเม็ดเงินที่ขายหุ้นแล้ว ยังไม่ได้นำออกไป ก็อาจจะมาพักสั้นๆ ในตลาดตราสารหนี้ได้” อริยา กล่าว
ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติยังคงสนใจลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุน้อยกว่า 1 ปีของไทย ประมาณ 80% สำหรับสัดส่วน 20% เป็นการลงทุนกระจาย สำหรับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ตรวจสอบไม่ได้ว่ามาจากประเทศไหน เนื่องจากทำรายการซื้อขายผ่านดีลเลอร์ของธนาคารต่างประเทศ







