posttoday
ยึดกทม.ปิดราชประสงค์

ยึดกทม.ปิดราชประสงค์

04 เมษายน 2553

คําประกาศเผด็จศึกรัฐบาลรอบสามของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ปลุกระดมตั้งแต่ค่ำวันที่ 2 เม.ย. และมีมวลชนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดทยอยเข้ามาปักหลัก จนเช้าตรู่วันที่ 3 เม.ย. แกนนำ นปช. ประกาศยุทธวิธีปิดล้อมในเมืองและนอกเมือง โดยแบ่งกำลังเดินเท้าคล้องแขนมุ่งหน้าสี่แยกราชประสงค์ ส่วนกำลังอีกส่วนหนึ่งนำทีมโดย ขวัญชัย ไพรพนา ขับเคลื่อนด้วยกองทัพมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต และมีการปิดเส้นทางขาเข้าวิภาวดีรังสิตด้านหน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เรียกร้องให้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเสนอข่าวด้วยความเป็นกลาง

ยุทธวิธีชุมนุมปิดในเมืองและนอกเมืองเดินคู่ขนานกันไป ส่งผลกระทบให้การจราจรกรุงเทพฯ ชั้นในและชั้นนอกกลายเป็นอัมพาต แยกราชประสงค์กลายเป็นพื้นที่แยกสีแดงไปโดยพลัน มีการตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวให้บรรดาแกนนำสลับขึ้นมาปราศรัยประกาศจุดยืนที่จะใช้พื้นที่สี่แยกราชประสงค์ชุมนุมยืดเยื้อจนกว่านายกฯ อภิสิทธิ์จะยุบสภา

ระหว่างการเคลื่อนขบวนตามเส้นทางต่างๆ แม้จะไม่มีเหตุความรุนแรง แต่ก็มีความวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งจากการเผชิญหน้ากับผู้ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง และสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น บริเวณก่อนถึงแยกราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้าไปปิดล้อมด่าทอประชาชนที่ออกมายืนชูป้ายต่อต้านการชุมนุม โดยมีข้อความว่าคืนชีวิตปกติให้คนกรุงเทพฯ จนเกือบจะมีการปะทะกัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาไกล่เกลี่ยทัน และได้แยกทั้งสองฝ่ายออกไปได้

อีกจุดหนึ่งขณะที่ขบวนคนเสื้อแดงเคลื่อนตัวเข้าสี่แยกปทุมวันด้านหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ ได้เกิดเหตุคนไม่หวังดีปาระเบิดปิงปองตกลงบนสวนหย่อมเกาะกลางถนน ทำให้การ์ด นปช.หลายสิบคนวิ่งกรูเพื่อเข้าไปสอบถามทหารและตำรวจที่เข้าเวรรักษาการณ์อยู่บริเวณสี่แยก แต่เมื่อตำรวจระบุว่าไม่เห็นหมายเลขทะเบียนรถ ทำให้การ์ด นปช.ไม่พอใจต่อว่าตำรวจ

อีกเหตุการณ์ เมื่อมีหนุ่มไฮโซขับรถปอร์เช่หวังจะแหวกวงล้อมการชุมนุม แต่ดันไปชนจักรยานยนต์ของชาวเสื้อแดง ตำรวจต้องรีบนำตัวเจ้าของรถออกจากจุดเกิดเหตุไปดำเนินคดีก่อนมีเหตุรุนแรงตามมา

บรรยากาศการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เป็นไปด้วยความคึกคักท่ามกลางไอแดดร้อนระอุ ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักนั่งกลางท้องถนน ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกจำนวนมากใครมาก่อนได้ก่อนด้วยการเข้ายึดพื้นที่ใต้ชายคาห้างสรรพสินค้าดังหลายแห่งนั่งหลบแดด ผลของผู้คนแห่มาจำนวนมาก ทำให้บรรดาสถานประกอบการต่างๆ ต้องปิดกิจการไปโดยปริยาย ทำให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำเปิดห้องน้ำให้ผู้ชุมนุมเข้าใช้บริการ กระทั่งห้างศูนย์การค้าเกษร และเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปใช้ห้องน้ำได้แล้ว ขณะที่สถานประกอบการต่างๆ ปิดกิจการ

ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อสีชมพูประมาณ 2,000 คน เดินรณรงค์ต่อต้านการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงและต่อต้านการยุบสภา โดยเริ่มเดินจากด้านหน้าสวนหลวง ร.9 พร้อมแจกป้ายสติกเกอร์สีเขียวซึ่งมีข้อความระบุว่า “ยุติม็อบซะที อยากมีชีวิตปกติ” รวมทั้งแจกใบปลิว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนเสื้อสีชมพู รวมถึงดูแลการจราจรบริเวณโดยรอบจากสวนหลวง ร.9 ถึงถนนศรีนครินทร์

แม้รัฐบาลจะประกาศส่งทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเจรจาแกนนำ นปช. เพื่อขอเปิดพื้นที่จราจร แต่แกนนำก็ไม่รับข้อเสนอ พร้อมปลุกระดมประชาชนให้ยึดพื้นที่นี้ต่อไป แม้จะมีการเตรียมใช้มาตรการสลายการชุมนุมก็ตาม โดยที่ชาว กทม.ได้แต่รอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะกลับคืนสู่สภาพปกติ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง