posttoday
จาตุรนต์ซัดองค์กรอิสระไม่เป็นประชาธิปไตย

จาตุรนต์ซัดองค์กรอิสระไม่เป็นประชาธิปไตย

01 มีนาคม 2556

“โคทม”เสนอให้มีพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญคุมองค์กรอิสระเพื่อง่ายต่อการควบคุม ด้าน “จาตุรนต์”ซัดเหมือนเครื่องหมายไม่เป็นประชาธิปไตย

“โคทม”เสนอให้มีพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญคุมองค์กรอิสระเพื่อง่ายต่อการควบคุม ด้าน “จาตุรนต์”ซัดเหมือนเครื่องหมายไม่เป็นประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย  กล่าวในงานเสวนาเรื่อง  “15ปี องค์กรอิสระ บทบาทคู่ขนาน ของการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและประชาธิปไตย” ว่า หลังมีรัฐธรรมนูญ 40 องค์กรอิสระก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ แทรกแซงได้หรือไม่ หลังจากนั้นมาเป็นรัฐธรรมนูญ 50 ก็เกิดอำนาจที่ 4 ขึ้นมาชัดเจนโดยให้มาครอบข้างบนของ 3 อำนาจหลัก คือ รัฐสภา บริหาร ตุลาการ และทำให้ในตัวองค์กรเดียว มีอำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร คือ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ถือเป็นเรื่องใหญ่มากของระบอบประชาธิปไตย เท่ากับเป็นองค์กรมีอำนาจเหนือประชาชน เป็นปัญหาในเชิงอำนาจ รวมทั้งตรวจสอบไม่ได้ ทำงานอย่างไร มีประสิทธิภาพ เลือกปฏิบัติหรือไม่

“องค์กรอิสระเหล่านี้ทั้ง 4 องค์กร ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. กกต. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอำนาจใหญ่มากจนเกินไป สามารถทำแทนอำนาจแทน 3 ฝ่าย และความเป็นอิสระไม่จริงเพาะมาจากผู้ยึดอำนาจ ทำให้ความเป็นกลางเปลี่ยนแปลงได้ อำนาจขององค์กรอิสระสามารถล้มรัฐบาลได้ และอำนาจบางมาตรามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ด้วย ทำให้สังคมไทยเกิดความแตกแยกเพราะปัญหาจากองค์กรอิสระเป็นเครื่องแสดงความไม่เป็นประชาธิปไตย และเป็นระบบที่ไม่มีทางสร้างธรรมมาภิบาลทางการเมืองได้”นายจาตุรนต์ กล่าว

ขณะที่ นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ประเด็นสำคัญการเมืองไทยต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุล ถ้ามีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ควรศึกษากันอย่างละเอียดก่อนว่า องค์กรใดควรมีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญรองรับหรือไม่ และแยกออกมามีกฎหมายเฉพาะเพื่อทำให้แก้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งไป

“การออกแบบรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่ดีนัก ดังนั้น ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะที่ใช้องค์กรอิสระมา 15 ปีหลายเรื่องบางองค์กรดูดี บางองค์กรก็ไม่ทำอะไร การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาอย่างเร่งรีบต้องระวัง”นายโคทม กล่าว

ด้านนายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)กล่าวว่า ปัจจุบันนี้บทบาทหน้าที่สส.ทำได้แค่ออกกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในท้องถิ่น เพราะมีระบบการเมืองเข้ามาครอบการออกความเห็นต้องผ่านวิปของแต่ละฝ่าย และยังมีปัญหาการประชุมสภาผู้แทนไม่ครบองค์ประชุม เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้อย่างยิ่งที่สส.ขาดประชุม ทั้งที่ไม่มีเรื่องสำคัญ จนขณะนี้กลายเป็นความเคยชิน

นายเมธี กล่าวต่อว่า ด้านฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหาร ยิ่งไปกันใหญ่พอแถลงนโยบายในสภา แล้วจะทำอะไรก็ได้ไม่เข้าสภาก็ได้ ทั้งที่รัฐบาลเอาเงินไปใช้ซื้อข้าวจำนวนมหาศาล ไม่เห็นด้วย เสนอแนะไปว่าอย่าทำ แต่รัฐบาลยังทำอยู่ ก็ต้องฟ้องหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อไป เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีองค์กรที่ตรวจสอบเฉพาะด้านนอกจากป.ป.ช.ขึ้นมาอีก

“เพราะปัญหาอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร เสียสมดุลทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบ จึงต้องมีองค์กรอิสระขึ้นมาเป็นองค์กรที่ 4 มาถ่วงดุล โดยปัญหาใหญ่ คือ ตุลาการของไทย ไม่มีบทบาทมากนัก มีลักษณะการทำงานตีความตามตัวอักษรเท่านั้น และไม่ไปทำอย่างอื่น ตัวอย่างศาลสูงของสหรัฐฯ เวลาตัดสินคดีความสำคัญเขาเปิดช่องทางที่จะอธิบายต่อสังคมให้วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างกว้างขวาง แต่ของเรากลับปิดตัวเอง จึงเป็นที่มาขององค์กรอิสระ”นายเมธี กล่าว

 อย่างไรก็ดี ระหว่างอยู่ป.ป.ช. ไม่เคยรู้สึกไปวางอำนาจบาตรใหญ่ แต่กังวลที่ทำคดีได้ช้า และคนภายนอกมองว่าพยายามใส่ร้ายคนอื่น หารู้ไม่ว่าการทำหน้าที่ตามกฎหมาย โดยการชี้มูลความผิด ข้าราชการ นักการเมือง มีอยู่ไม่น้อยก็ฟ้องกลับทุกครั้ง จนขณะนี้ยังต้องไปขึ้นศาลตลอด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท