posttoday
ยึดราชประสงค์ไม่ยุบไม่เลิก

ยึดราชประสงค์ไม่ยุบไม่เลิก

04 เมษายน 2553

การเคลื่อนพลปักหลักชุมนุมกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสร้างผลกระทบได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า นี่คือเจตนาของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อบีบให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ซึ่งไม่ต่างกับการจับคนกรุงเทพฯ เป็นตัวประกัน เพราะที่สุดปลายทางครั้งนี้ อาจนำไปสู่การยั่วยุให้มีการใช้ความรุนแรง

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้รักสันติ ซึ่งใช้เสื้อสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ กล่าวว่า การที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงนำขบวนมาปักหลักที่สี่แยกราชประสงค์ เป็นเจตนาที่เห็นได้ชัดว่าต้องการยั่วยุคนกรุงเทพฯ ยั่วยุรัฐบาล บีบบังคับให้เกิดการกระทบกระทั่ง การที่ทำเช่นนี้เกินกว่าสิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญแล้ว

“วิธีการแบบนี้ทำให้การหาทางออกโดยไม่ต้องกระทบกระทั่งเป็นไปได้ยากขึ้น ผมจึงเชื่อว่าเป็นแผนการของแกนนำที่พยายามบีบให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนั้น ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ผมเป็นห่วงทุกฝ่ายทุกคนไม่ว่าจะสีอะไร เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีผู้ได้รับผลกระทบไปด้วย คงได้แต่ปลงอนิจจัง แต่อยากจะให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคน กทม. ได้แสดงความอดกลั้นต่อไป แม้ว่าจะเหลืออดมามากแล้ว”

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวอีกว่า การรวมตัวของกลุ่มเสื้อสีชมพูเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เพื่อได้แสดงให้แกนนำคนเสื้อแดงได้เห็นแล้วว่าประชาชนทั่วไปคิดว่าสิ่งที่กลุ่มเสื้อแดงทำไปนั้นเกินเลยไปแล้ว ขณะนี้ยังหวังว่าการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีและแกนนำคนเสื้อแดงจะยังไม่สายเกินไป เพียงแต่ต้องไม่มาด้วยกรอบเดิม คือกำหนดเงื่อนไขยุบสภา ซึ่งถ้าเป็นเช่นเดิมการเจรจาก็ไม่มีประโยชน์

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

lการเคลื่อนไหวปิดแยกราชประสงค์และถนนวิภาวดีรังสิตของกลุ่มคนเสื้อแดง ถือเป็นการปิดเมือง นำวิถีชีวิตคน กทม. มาเป็นตัวประกัน จึงเสี่ยงต่อความวุ่นวายและการเผชิญหน้าของคนไทยด้วยกันและกับเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นใจกลางเมือง เป็นการจงใจคุกคามสังคมและเอกชน รวมทั้งคน กทม. ที่ก่อนหน้านี้มีหลายส่วนออกมาแสดงตัวว่าไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

lมาตรการกดดันมากขึ้นโดยการเคลื่อนไหวปิดสี่แยกใหญ่กลางเมือง ซึ่งก็ถือเป็นปกติในการกดดันเพื่อให้รัฐบาลอ่อนลงเพื่อเปิดการเจรจา เพียงแต่คน กทม. จะอดทนได้แค่ไหนกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องสงครามจิตวิทยา ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมก็รู้ว่าเสียงสะท้อนจากคน กทม. ในทางลบ ไม่เป็นผลดีต่อตนเองเช่นกัน การปิดจุดใหญ่ๆ วันเสาร์อาทิตย์อาจไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาผู้คนก็ต้องออกไปทำงาน ฝ่ายเสื้อแดงก็อาจจะเปลี่ยนแนวการเคลื่อนไหวก็ได้

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

lการปิดล้อมกรุงที่เกิดขึ้นเป็นมาตรการในการกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ส่วนจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลจะทำให้ผู้ที่เดือดร้อนพอใจแค่ไหน อีกทั้งต้องดูเรื่องความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นด้วย เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การโยนระเบิดไปตามจุดต่างๆ ทั้งส่วนราชการและใส่ผู้ชุมนุม โดยรัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องมีทีท่าในการจัดการให้เหมาะสม ไม่ให้มีการลุกลามจนเกิดการต่อต้านและมีปฏิกิริยาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้คนลุกฮือจนเป็นวิกฤตจลาจล แต่เชื่อว่าสังคมรู้เท่าทัน และจะมีความอดทนอดกลั้น ไม่ลุกขึ้นมาเป็นเหยื่อของความรุนแรง โดยเฉพาะรัฐบาลต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดจัดการเรื่องระเบิดรายวันที่เกิดขึ้นให้ได้

น.ส.นิภา ผู้จัดการร้านขายส่งเสื้อผ้า ห้างแพลทินัมย่านประตูน้ำ

lไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้คนไทยต้องมาเกลียดกันเอง ทำไมกัน เพราะคนคนเดียวต้องเดือดร้อนกันถึงขนาดนี้เลยหรือ จะว่าไปแล้วทำอย่างนี้ไม่ต่างจากการเดินมาขู่ให้ปิดบ้านแล้วบอกว่าห้ามโวยวาย ปิดถนนแล้วบอกให้เราเสียสละ แต่เสียสละให้ใคร มีแต่เสียกับเสีย

นายรวิช เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า ในตึกใบหยก 2

lหลังจากปิดร้านก็จับกลุ่มกันพูดคุยถึงการชุมนุมที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะแสดงความไม่พอใจ และเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน