
ชาวนาฮึ่มรัฐอยู่ไม่ครบ4ปี
ปลุกม็อบต้านลดจำนำข้าว 1.3 หมื่นบาทย้ำทบทวนรอบคอบหาทางออก
ปลุกม็อบต้านลดจำนำข้าว 1.3 หมื่นบาทย้ำทบทวนรอบคอบหาทางออก
ชาวนาภาคกลางขู่รัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม ลั่นปลุกม็อบทั่วประเทศต้านลดจำนำข้าวตันละ 1.3 หมื่นบาท
นายณรงค์ มงคลเวทย์ แกนนำชาวนาภาคกลางและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายใหญ่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถอยู่ครบเทอมแน่ เพราะจะปลุกระดมเกษตรกรภาคกลางและทั่วประเทศไทยประท้วงคัดค้านอย่างเต็มที่หากกระทรวงพาณิชย์จะลดวงเงินรับจำนำข้าวเหลือเพียงตันละ 1.3 หมื่นบาท จากเดิม 1.5 หมื่นบาท เพราะต้องเดือดร้อนทั่วหน้า เนื่องจากการทำนาในปัจจุบันใช้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่าจ้างแรงงาน ฯลฯ ขณะที่ชาวนาอีกจำนวนมากเช่าที่ดินนายทุนเพาะปลูกแถมยังปรับราคาขึ้นอีกเท่าตัว
นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทำนาปรังจำนวน 100 ไร่ หากมีการปรับลดราคาจริงไม่เพียงแต่เขาที่จะส่งผลกระทบเท่านั้น ชาวนาทั่วประเทศเดือดร้อนด้วย และราคาข้าวในท้องตลาดจะตกต่ำลงอีก โดยที่ผ่านมาโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาทก็จริง แต่เมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปเข้าร่วมโครงการจะถูกกดราคาจากความชื้นอยู่แล้ว ซึ่งชาวนาได้ราคาจริงๆ แค่เพียงตันละ 1.2 หมื่นบาทหากลดราคารับจำนำเหลือตันละ 1.3หมื่นบาท จะทำให้ข้าวเกี่ยวมาได้ถูกกดความชื้น ซึ่งได้ราคาแท้จริงตันละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น
“เมื่อปรับลดราคารับจำนำลง ราคาท้องตลาดทั่วไปอีกจะลดราคาตามลงไปด้วยอย่างน้อยก็ตันละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท ยิ่งในช่วงนี้มีการประกาศให้หยุดทำนาปรังรอบ 2 ในหน้าแล้ง และหยุดทำนาปรังรอบ 3 ในหน้าน้ำเหนือหลาก ทำให้ชาวนาสามารถทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น แบบนี้ชาวนาจะไปทำอะไรได้ จึงวิงวอนให้รัฐบาลทบทวนในเรื่องดังกล่าว” นายณรงค์ กล่าว
ด้านนายพรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า หากรัฐบาลแสดงท่าทีว่าจะลดจำนำข้าวจริงก็จะปลุกระดมชาวนาทั่วประเทศลุกขึ้นมาตอบโต้ขั้นเด็ดขาดเพื่อแสดงพลังไม่เห็นด้วย ซึ่งในปัจจุบันชาวนาก็แย่อยู่แล้ว เพราะขั้นตอนเข้าร่วมโครงการจำนำซับซ้อนและยุ่งยากกว่าจะได้เงินจากการขายข้าวต้องรอนานนับสัปดาห์
ดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน หาทางออกที่ดี ไม่ควรใช้ทางออกด้วยการลดจำนำข้าว ซึ่งหากตัดสินใจลดราคาจำนำข้าว จะเป็นอันตรายต่อรัฐบาลแน่ โอกาสที่จะอยู่ครบ 4 ปีคงยาก และอนาคตจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัยคงไม่มีใครเชื่อแน่







