
คลังไม่กังวลภาวะขาดดุลยันรับมือได้
คลังยันไม่ต้องห่วง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ยังไม่มาก
คลังยันไม่ต้องห่วง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ยังไม่มาก
นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงเป็นประวัติการณ์ คือ 5,486 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากมีการส่งออกได้น้อยกว่าการนำเข้ายังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นการนำเข้าสินค้าทุน หรือปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ทั้งนี้ ในเดือน ม.ค. การส่งออกมีมูลค่า 1.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.09% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 2.37 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40.87% โดยการนำเข้าที่มากขึ้นนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเงินบาทที่แข็งค่า จึงเร่งนำเข้าเพื่อหวังลดต้นทุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เชื่อว่าตัวเลขการขาดดุลการค้า ที่สูงผิดปกตินั้น น่าจะเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของภาคการผลิตไทยและฐานตัวเลขที่ต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงเดือนม.ค.ถือเป็นช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วทำให้ธุรกิจถือโอกาสนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบมากักตุนไว้ล่วงหน้า ซึ่งโดยรวมถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากสะท้อนว่าธุรกิจมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ส่วนความกังวลต่อภาวะขาดดุลแฝดคือการขาดดุลการค้าและการขาดดุลงบประมาณนั้น โดยส่วนตัวเชื่อสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากการขาดดุลการค้าในเดือนต่อๆไปน่าจะทยอยลดลงเพราะธุรกิจมีการสต็อคสินค้าล่วงหน้าไปแล้ว โดยยังคาดว่าการนำเข้าและส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้ในระดับ 10-11 % ขณะที่ดุลการค้าทั้งปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า แม้ตัวเลขการขาดดุลในเดือนม.ค.จะค่อนข้างสูงแต่ยังถือเป็นระดับที่ไม่น่ากังวล เนื่องจากตัวเลขที่สูงนั้นมาจากฐานที่ต่ำ นอกจากนี้ที่ผ่านมาไทยเกินดุลการค้ามาหลายปีติดต่อกัน โดยเชื่อว่าภาพรวมทั้งปีไทยจะยังเกินดุลการค้าเล็กน้อย หากทิศทางราคาน้ำมันไม่ปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก
ขณะเดียวกัน การส่งออกและนำเข้าในครึ่งปีหลังน่าจะเริ่มชะลอตัวลงเพราะสภาสหรัฐมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถเจรจากันได้ลงตัว ทำให้ต้องตัดลดงบประมาณค่อนข้างแน่นอน การส่งออกและนำเข้าไทยในปีนี้จึงไม่น่าจะขยายตัวได้สูงกว่า 10 %
นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะแสดงความกังวลต่อการขาดดุลการค้าของไทย
หากดูไส้ในการนำเข้า จะเห็นว่าเป็นการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อมาผลิตและส่งออก ทำให้ตัวเลขในเดือนต่อๆไปการขาดดุลน่าจะลดลง ส่วนการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ที่จะต้องนำเข้าเครื่องจักรเป็นโครงการที่จะทยอยลงทุนใน 7 ปี







