
แฟมิลี่มาร์ทอัดหมื่นล.สู้เซเว่นฯ
ผุด 3 พันแห่งใน 4 ปีเน้นเจาะ 2 ภูมิภาคปีนี้ขาย 1.5 หมื่นล้าน
ผุด 3 พันแห่งใน 4 ปีเน้นเจาะ 2 ภูมิภาคปีนี้ขาย 1.5 หมื่นล้าน
แฟมิลี่มาร์ทควักกว่า 1 หมื่นล้าน เปิด 3,000 สาขาใน 4 ปี ปักธงภูธร เมินเซเว่นฯ ยึดทำเลทองในกรุง
การแข่งขันร้านค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ ซึ่งปีนี้จะรุนแรงขึ้นจากผู้นำเดิมร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่มีเกือบ 7,000 สาขา จะขยายเพิ่มปีละกว่า 500 แห่ง กับคู่แข่งที่เข้ามาชิงส่วนแบ่ง เมื่อแฟมิลี่มาร์ทญี่ปุ่นขายหุ้นกว่าครึ่งให้กลุ่มเซ็นทรัลเพื่อกลับมาเปิดเกมรุก และกลุ่มสหพัฒน์ที่ร่วมทุนกับลอว์สัน ยักษ์อันดับ 2 ค้าปลีกญี่ปุ่น
นายณัฐ วงศ์พาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท ผู้บริหารร้านแฟมิลี่มาร์ท กล่าวว่า แผนดำเนินธุรกิจร้านแฟมิลี่มาร์ทในอีก 4 ปี จะใช้งบกว่า 1 หมื่นล้านบาท เปิดร้านใหม่เฉลี่ยปีละ 500 สาขา เพื่อให้ปี 2560 บริษัทมีร้านแฟมิลี่มาร์ท 3,000 สาขาทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีร้านเปิดให้บริการ 800 แห่ง
สำหรับทำเลหลักเปิดร้านใหม่นั้น บริษัทจะเน้นไปที่ตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก เนื่องจากยังมีช่องว่างอีกมาก โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวอย่างภาคตะวันออกและภาคใต้ เนื่องจากทั้งสองภูมิภาคบริษัทได้ผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสาขาในพัทยา ภูเก็ต หรือสมุย
“การที่เราเลือกภาคใต้และตะวันออกเป็นทำเลหลักในการเปิดสาขาใหม่ เพราะเรามีความแข็งแกร่งในภูมิภาคดังกล่าว แต่ขณะนี้บริษัทมีทีมงานลงพื้นที่ เพื่อหาทำเลที่เหมาะในการขยายสาขา ซึ่งบริษัทเชื่อว่ายังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก แม้ว่าปัจจุบันคู่แข่งจะมีทำเลดีและสาขามากกว่า” นายณัฐ กล่าว
ปัจจุบันร้านแฟมิลี่มาร์ทมีประมาณ 800 สาขา ปีนี้มีแผนจะเปิดเพิ่ม 200 สาขา รวมเป็น 1,000 สาขาในสิ้นปี หากการวางแผนเปลี่ยนร้านท็อปส์เดลี่ที่มีขนาดต่ำกว่า 250 ตร.ม.แล้วเสร็จ ก็จะดำเนินการเปลี่ยนเป็นร้านแฟมิลี่มาร์ททันที ซึ่งจะทำให้ร้านแฟมิลี่มาร์ทขยายตัวเร็วขึ้น เพราะปัจจุบันร้านท็อปส์เดลี่มีเปิดให้บริการประมาณ 120 สาขา
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบร้านใหม่ (ฟอร์แมต) เพื่อให้ร้านแฟมิลี่มาร์ทมีความหลากหลาย จากปัจจุบันมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ สแตนดาร์ด และพรีเมียม ซึ่งในส่วนของร้านพรีเมียมปัจจุบันมี 1 สาขา คือ สนามบินสุวรรณภูมิ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะปรับรูปแบบร้านเป็นสโตร์คลัสเตอร์ หรือการนำสินค้าที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายในแต่ละชุมชนมาจำหน่าย พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะเพิ่มสินค้าเอกซ์คลูซีฟในแฟมิลี่มาร์ทมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% โดยปีนี้ตั้งเป้าโต 23% หรือขาย 1.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่เดือน มี.ค.จะเปิดตัวกลุ่มสินค้าพร้อมรับประทานสไตล์ญี่ปุ่นจำนวน 5 เมนู เช่น ยากิโซบะ ข้าวปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว ข้าวแกงกระหรี่หมูญี่ปุ่น และข้าวผัดกระเทียมหมูซีอิ๊วญี่ปุ่น เข้ามาทำตลาด ซึ่งในส่วนของปีนี้บริษัทมีแผนที่จะใช้งบ 150 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดและโฆษณาผ่านสื่อต่างๆอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 23% และมีรายได้เพิ่มเป็น 6 หมื่นล้านบาทในปี 2560







