posttoday
จี้ผู้แทนไทยเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูรอบคอบ

จี้ผู้แทนไทยเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูรอบคอบ

28 กุมภาพันธ์ 2556

เครือข่ายภาคประชาชนนับ1,000 บุกทำเนียบ จี้รัฐบาลพิจารณากรอบเจรจา FTA ไทย-อียู ให้รอบคอบ

เครือข่ายภาคประชาชนนับ1,000 บุกทำเนียบ จี้รัฐบาลพิจารณากรอบเจรจา FTA ไทย-อียู ให้รอบคอบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตกาค้าเสรีภาคประชาชน (FTA WACTH) 28 องค์กร อาทิ เครือข่ายผู้ติดเชื้อ HIV เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์  เครือข่ายชุมชนเฝ้าระวังภัยแอลกอฮอล์ กทม. เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายสมัชขาคนจน และเครือข่ายสลัม 4 ภาค  กว่า  1,500 คน รวมตัวเข้าร้องเรียน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายโอฬาร ไชยประวัติ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ กรณี นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินไปกรุงบัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ในวันที่ 6-7 มี.ค. เพื่อเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (อียู)

น.ส.กรรณิการ์ กิตติเวชกุล กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)  กล่าวว่า ทางเครือข่ายที่มาวันนี้ ติดตามการเจรจาการค้าเสรี ได้พยายามให้ข้อเสนอแนะ และข้อท้วงติงรัฐบาลมาโดยตลอดว่า เอฟทีเอกับสหภาพยุโรปไทยต้องเจรจาในหลายประเด็นที่ไม่เคยเจรจาเปิดเสรีมาก่อนในเอฟทีเออื่นๆ ทั้งเป็นประเด็นที่มีผลกระทบสูง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับยา ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ  การคุ้มครองการลงทุนที่เปิดโอกาสให้ใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน และสินค้าทำลายสุขภาพเช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ดังนั้นจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและดำเนินตามขั้นตอนมาตรา 190 อย่างเคร่งครัด

“ที่ผ่านมา การรับฟังความคิดเห็น การเตรียมการเจรจา การร่างกรอบเจรจาฯ และการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ล้วนมีความบกพร่องทั้งกระบวนการและเนื้อหา-ข้อห่วงใยหลายเรื่องซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศและสังคมทุกภาคส่วนในระยะยาวซึ่งจะมีผลกระทบกับงบประมาณแผ่นดินมากกว่าแสนล้านบาทถูกละเลยไม่ให้ความสำคัญ แต่หันไปให้ความสำคัญกับสิทธิพิเศษทางการค้าที่จะเสียไปทั้งที่เป็นผลประโยชน์ระยะสั้น ได้ผลประโยชน์เพียงไม่กี่กลุ่มธุรกิจส่งออก โดยมูลค่าความเสียหายประมาณ 80,000 ล้านบาทเท่านั้น” น.ส.กรรณิการ์  กล่าว

ทั้งนี้ขอเรียกร้องดังนี้ 1.ต้องไม่ยอมรับเนื้อหาการเจรจาที่เกินไปกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาของ WTO (ไม่ยอมรับทริปส์พลัส) 2. การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนในบทว่าด้วยการลงทุน ต้องไม่มีผลให้มีการนำข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการลงทุนสาธารณะ, การออกนโยบายหรือมาตรการเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ, การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม, ด้านสาธารณสุข, สาธารณูปโภคพื้นฐาน และความมั่นคง เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ 3.ไม่เปิดเสรีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การทำนา ทำสวนทำไร่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การปลูกป่า การเพาะและขยายพันธุ์พืช ตลอดจนการลงทุนที่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร  4.ถอนสินค้าเหล้า บุหรี่ ออกจากการเจรจาสินค้า และ5.ให้มีการจัดหารือผู้มีส่วนได้เสียครบทุกภาคส่วนทั้งก่อนและหลังการเจรจาในแต่ละรอบโดยให้มีการชี้แจงท่าทีของคณะเจรจา รายงานความคืบหน้า พร้อมรับฟังและดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล

ด้านเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์  กล่าวว่า  ปัญหาจากน้ำเมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและกำลังถูกซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้นจากการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนนำเข้าน้ำเมามากเกือบ 80% ของปริมาณทั้งหมดมูลค่ากว่า6,000 ล้านบาทปัญหาจากราคาที่ถูกเพราะภาษีเหลือ 0%จะทำให้เกิดภาวะขายมากมอมเมามากและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือมาตรการทางกฎหมายจะถูกแก้ไข หรือยกเลิก และไม่สามารถสร้างมาตรการใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ด้วยข้ออ้างว่าเป็นการกีดกันทางการค้า โดยขอยืนยันจุดยืนเดิม คือขอให้รัฐบาลถอดบัญชีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี

ทั้งนี้ นายโอฬาร ไชยประวัติ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ  ได้เดินทางมารับข้อเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชน  พร้อมกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเจรจา จะมีคณะกรรมการของแต่ละประเด็น ประกอบด้วยทีมงานจากเครือข่ายภาคประชาชนร่วมด้วย เพื่อนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาสะท้อน รวมถึงหามาตรการป้องกัน ทั้งนี้ก่อนการเจรจาและหลังเจรจาจะมีการหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อประเด็นนั้นๆเพื่อรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบต่างๆ เพื่อให้ทราบข้อมูลและระวังเรื่องต่างๆก่อนนำไปใช้ในการเจรจา ซึ่งคงต้องดูในรายละเอียดว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ทั้งนี้ในส่วนของประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยากให้ภาคประชาชนเสนอข้อมูลที่เป็นปัญหาและอุปสรรค์ รวมถึงมาตรการป้องกัน ซึ่งเราต้องมีคนทำงานที่เข้ามาหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด และรัฐบาลยืนยันว่า จะให้ความสำคัญและดูแลผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท