
แกว่งแรงๆ
ช่วงนี้ต้องบอกกันว่าตลาดทุนทั่วทั้งโลกไม่ค่อยจะนิ่งครับ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดทอง ตลาดน้ำมัน เพราะมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่างกันออกไปในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนครับ สภาวะเช่นนี้ไม่น่าเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนเสียเท่าไหร่ เป็นสภาวะที่ยากจะคาดเดาเสียเหลือเกิน
ช่วงนี้ต้องบอกกันว่าตลาดทุนทั่วทั้งโลกไม่ค่อยจะนิ่งครับ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดทอง ตลาดน้ำมัน เพราะมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่างกันออกไปในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนครับ สภาวะเช่นนี้ไม่น่าเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนเสียเท่าไหร่ เป็นสภาวะที่ยากจะคาดเดาเสียเหลือเกิน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงรุนแรง เป็นผลมาจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่บอกว่าอาจจะหยุดมาตรการคิวอี 3 ก่อนกำหนด
แต่มาถึงเมื่อวานนี้ ทองคำในสหรัฐ ราคาปรับตัวขึ้นไปเกือบ 2% หรือประมาณ 28 เหรียญกว่าๆ ในวันเดียว เพราะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐขึ้นให้การต่อวุฒิสภา ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นต่อไป เลยทำให้นักลงทุนวิ่งเข้าตลาดทองคำกันทันที
มาดูที่ตลาดหุ้นในสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงไปถึง 1.5% หรือ 216 จุดทีเดียว หลังจากที่ทราบผลคร่าวๆ ของการเลือกตั้งในอิตาลี ที่ไม่มีใครชนะเด็ดขาด และผลการเลือกตั้งที่ออกมาอาจจะกระทบต่อแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจ และการรัดเข็มขัดของอิตาลีด้วย ซึ่งอาจจะทำให้อิตาลีกลายเป็นคนป่วยคนใหม่ของปัญหาหนี้ยูโรโซนครับ
แต่กระนั้นมาเพียงวันเดียวเท่านั้น คือเมื่อวานนี้ ดาวโจนส์ดีดตัวกลับเกือบจะเปอร์เซ็นต์ได้ ตอบสนองกับข่าวการให้การของนายเบอร์แนนคี ดังข้างต้นครับ
ทั้งดัชนีราคาทองคำ และดัชนีหุ้นดังกล่าว เป็นสัญญาณบ่งบอกชัดเจนครับว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนั้น สามารถเปลี่ยนไปได้ทุกวัน เพราะว่าเศรษฐกิจโลกนั้นยังไม่พบความนิ่งเสียทีนับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
ถามว่า ในปี 2013 นี้ ตลาดเหล่านี้จะเป็นไปในทิศทางใด ก็คงต้องตอบยากครับ เพราะว่าสถานการณ์วิกฤตหนี้ของกลุ่มยูโรโซนนั้นยังไม่จบสิ้น ยังต้องดูกันยาวๆ ต่อไป โดยเฉพาะที่สเปน และอิตาลี ซึ่งกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก ว่าจะสร้างปัญหาขึ้นมาเหมือนกรีซหรือไม่
ขณะที่สหรัฐก็แน่นอนล่ะครับ ว่าเฟดจะยังคงกระตุ้นเศรษฐกิจกับมาตรการคิวอีต่อไป แต่ทว่าเฟดเองก็แสดงออกถึงความไม่แน่นอนกับการใช้นโยบายนี้ว่าจะใช้นานเท่าไหร่ เพราะขณะที่ผลรายงานการประชุมบอกว่าอาจจะหยุดก่อนกำหนด แต่หัวเรือเฟดอย่างเบอร์แนนคีกลับยืนยันว่าจะใช้ต่อไป
เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างสับสนสำหรับนักลงทุนทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ก็คือในขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังถูกควบคุมไปด้วยการลงทุนลวงในตลาดทุนเหล่านี้แทบจะทั้งสิ้น
โดยที่การลงทุนจริงในภาคเศรษฐกิจ ทั้งในสหรัฐ และยุโรป แทบจะไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ







