
เรื่องที่น่าห่วง
3 หน่วยงานหลักทางเศรษฐกิจของประเทศอย่าง กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมใจกันปรับตัวเลขประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะเติบโตดีจากแรงส่งของการบริโภคในประเทศ
3 หน่วยงานหลักทางเศรษฐกิจของประเทศอย่าง กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมใจกันปรับตัวเลขประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะเติบโตดีจากแรงส่งของการบริโภคในประเทศ
แต่เศรษฐกิจดีกระจุกอยู่ในบางภาคธุรกิจเท่านั้นมีเพียงตลาดหุ้นที่เติบโตสูงจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ บวกกับแรงเก็งกำไร ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้แรงซื้อคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า อุตสาหกรรมรถยนต์และเกษตรกรที่มีรายได้มากขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล
เงินไม่ได้กระจายออกไปให้ประชาชนทุกหย่อมหญ้าอย่างยั่งยืน การทำประชานิยมของรัฐบาลก็ทำได้จำกัด เนื่องจากรัฐบาลมีปัญหาด้านงบประมาณ ทำให้เกิดรวยกระจุกจนกระจายอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ภาพรวมจะดูดี แต่ในระดับครัวเรือนกลับน่าเป็นห่วง เพราะปริมาณหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สศช. ระบุว่า เฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย โดยกลุ่มคนที่จนที่สุดมีการก่อหนี้สินเฉลี่ย 28,883 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินต่อรายได้ 1.9 เท่า
ในไตรมาส 4 หนี้ครัวเรือนมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 21.6% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.91 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 33.9% จากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล
หากเปรียบเทียบหนี้สินต่อการออม พบว่าครัวเรือนมีอัตราการออมในระดับที่ต่ำ โดย 9.09 ล้านครัวเรือน หรือ 45% ไม่มีความสามารถในการออม เนื่องจากรายจ่ายและหนี้สินสูงกว่ารายได้
ครอบครัวที่ไม่มีเงินออมแถมมีหนี้สูงจะไม่มีภูมิคุ้มกัน หากภาวะเศรษฐกิจกลับทิศทางกลายเป็นขาลง คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ลำบากที่สุด และจะทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาสังคมตามมา
นั่นคือสิ่งที่กำลังกลายเป็นปัญหาในระดับฐานราก แต่รัฐบาลดูนโยบายเศรษฐกิจเพียงระดับบน กำลังตั้งหน้าตั้งตาที่จะกู้เงินมาทำโครงการเมกะโปรเจกต์ จึงต้องกดดอกเบี้ยให้ต่ำเพื่อให้ต้นทุนการกู้เงินไม่สูงจนเกินไป แต่ไม่ได้ลงมาดูแลให้ลึกถึงรากหญ้าว่าหากลดดอกเบี้ยเงินออมยิ่งไหลออก การออมภาคครัวเรือนจะยิ่งลดต่ำลงไปอีก
การมีเงินออมในประเทศต่ำ แต่มีการลงทุนสูง หมายความว่ารัฐบาลจะต้องกู้เงินมหาศาลมาใช้ เพราะเงินออมในประเทศไม่พอ ซึ่งเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างเปราะบาง
หากเศรษฐกิจขยายตัวโดยไม่มีพื้นฐานที่ดีรองรับ โอกาสที่เราจะประสบวิกฤตเหมือนปี 2540 ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากเราไม่ตระหนักถึงการลงทุนอย่างพอเพียง







