
อะแลสกาตลาดเล็กๆที่แข็งแรงเสมอ
คราวที่แล้วเขียนพาดพิงถึงเรื่องรัฐอะแลสกาของสหรัฐ ซึ่งเป็นมลรัฐที่แปลกประหลาดที่สุดรัฐหนึ่งในสหรัฐ ปรากฏว่ามีคนสนใจอยากให้เล่าเพิ่ม
คราวที่แล้วเขียนพาดพิงถึงเรื่องรัฐอะแลสกาของสหรัฐ ซึ่งเป็นมลรัฐที่แปลกประหลาดที่สุดรัฐหนึ่งในสหรัฐ ปรากฏว่ามีคนสนใจอยากให้เล่าเพิ่ม
เพราะสหรัฐซื้อดินแดนอะแลสกามาจากรัสเซียด้วยราคา 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น! (วันนี้แพงแค่ไหน ก็คงไม่มีใครขายแล้ว) เพราะอะแลสกาอยู่เหนือสุดสำหรับสหรัฐ ทำให้มีพรมแดนติดขั้วโลกเหนือ จึงแปลว่าสหรัฐอ้างความชอบธรรมในการสอดส่องขั้วโลกเหนือได้เต็มที่
เพราะอะแลสกามีพรมแดนติดทะเลแบริง ซึ่งเชื่อมต่อกับแผ่นดินรัสเซีย จึงมีการตั้งฐานทัพสหรัฐอยู่หลายจุด แต่ก็มีประชากรอาศัยอยู่น้อยมาก น้อยเป็นอันดับที่ 4 ในสหรัฐ
แต่ถ้านับจำนวนประชากรต่อไร่ ที่นี่ถือว่าเบาบางที่สุดในสหรัฐ มีทะเลสาบน้ำจืดอยู่ 3 ล้านแห่ง อ่านไม่ผิดครับ 3 ล้านแห่ง มีกลาเซียร์ หรือธารน้ำแข็ง1 แสนแห่ง คิดเป็นครึ่งหนึ่งของธารน้ำแข็งทั้งหมดบนโลกใบนี้
เป็นรัฐที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในสหรัฐ (แพงกว่านิวยอร์ก) เพราะผักที่นี่ปลูกได้ปีละ 3 เดือน จึงไม่พอบริโภค แทบทุกอย่างต้องนำเข้ามา แม้แต่น้ำมัน (ที่กลั่นแล้ว)
ข้าราชการและพนักงานบริษัทที่นี่จึงมีเงินเดือนสูง เพราะจะได้แถมเบี้ยพิเศษอีก 25% เพื่อคุ้มค่าครองชีพ รายได้ประชากรต่อหัวสูงเป็นอันดับ 15 ของประเทศ เป็นรัฐที่มีรายได้กว่า 80% จากปิโตรเลียม ที่นี่ไม่เก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งยังเป็นรัฐที่มีทองคำและน้ำมัน ตลอดจนก๊าซธรรมชาติมากมาย เป็นแหล่งส่งออก อาหารทะเล ที่มีราคาแพงในตลาดโลก
เช่น แซลมอน และปูอะแลสกา เป็นแหล่งผลิตและส่งออกไม้เนื้อดีอย่างไม้สน จำนวนมหาศาล เป็นรัฐที่มีศักยภาพในการผลิตเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ามากที่สุดรัฐหนึ่งของประเทศ เพราะมีแม่น้ำซึ่งไหลตลอดปีกระจายตามหุบเขามากมาย
การท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญเรือสำราญขนาดใหญ่แล่นเข้าออกช่วงฤดูร้อน บางครั้งถึง 4 ลำ/วัน แต่ละลำขนนักท่องเที่ยวหลายพันเข้าออก ไม่นับสายการบินต่างๆ ที่ให้บริการ และที่น่าสนุกคือที่นี่คือศูนย์รวมเครื่องบินทะเลที่ขึ้นลงในสนามบินน้ำที่หนาแน่นที่สุดในโลก
อะแลสกาเป็นรัฐที่มีนักบินอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในสหรัฐ กล่าวคือ มีประชากร 6 แสนกว่าคน แต่มีนักบินอยู่ 8,550 คน หรือมีนักบิน 1 คนต่อทุกๆ ประชากร 78 คน! กำลังซื้อของแต่ละคนจึงถือว่าสูงแม้ประชากรไม่มาก
เล่ามานี้ก็เพื่อจะชี้นำว่า ผักผลไม้ไทยที่ทำหีบห่อได้ดีก็ไม่ควรมองผ่านอะแลสกาครับ
ถ้าเรามีตู้สินค้าขาไป ส่วนขากลับก็มีของให้ขนเต็มเหมือนกัน ทั้งไม้สนและแร่ธาตุต่างๆ
รัฐบาลสหรัฐยอมทำสารพัดอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าอะแลสกาจะยังคงสถานะเครื่องมือสำคัญทางยุทธศาสตร์การทหาร เพราะอยู่ใกล้ทั้งรัสเซียและจีน ดังนั้นรัฐบาลกลางจึงไม่อาจตัดทอนงบประมาณในการคงฐานเรือดำน้ำนิวเคลียร์อันลึกลับที่เมือง Ketchikan คงฐานบินสกัดกั้นและฐานที่ตั้งของฝูงบิน เติมน้ำมันกลางอากาศ รวมทั้งศูนย์บริหารการบินทางยุทธศาสตร์ประจำภูมิภาคของ Norad ที่ Anchorage และ Fairbanks รวมถึงค่ายทหารของกองทัพบกสหรัฐอีก 4 ค่ายใหญ่ เอาไว้ให้ได้
ในขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมัน บริษัทโลจิสติกส์สำคัญก็ลงหลักปักฐานกันชัดเจนว่าต้องรักษาฐานปฏิบัติการของตัวไว้ที่อะแลสกาให้ได้เช่นกัน เพราะเป็นแหล่งพลังงานและสินแร่สำคัญ แม้ว่ากำลังการผลิตเริ่มตกลงไป แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนสำคัญของกำลังผลิตน้ำมันของสหรัฐอยู่
แปลว่า ประชากรมีกำลังซื้อ และต้องซื้อผักผลไม้ ตลอดจนอาหารอร่อยๆ อยู่ตลอด และด้วยเหตุผลทางความมั่นคงจะมีกลุ่มที่ต้องมาอยู่มาซื้อกันตลอดไป







