posttoday
เปิดทางขนเงินออก

เปิดทางขนเงินออก

28 กุมภาพันธ์ 2556

ธปท.จ่อคิวออกประกาศให้ลงทุนได้เสรีบุคคลธรรมดาบริษัทรับแลกเงินทำได้เต็มที่

ธปท.จ่อคิวออกประกาศให้ลงทุนได้เสรีบุคคลธรรมดาบริษัทรับแลกเงินทำได้เต็มที่

ธปท.เดินหน้าผ่อนผันเกณฑ์ลงทุนต่างประเทศเต็มที่ เปิดทางขนเงินออกเสรี

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปีนี้เอกชนมีแนวโน้มจะออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะธปท.จะผ่อนคลายกฎเกณฑ์เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่ออนุญาตให้เอกชนไปลงทุนต่างประเทศได้เสรี

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า สำหรับแผนการผ่อนผันการลงทุนเพิ่มเติมจะผ่อนคลายการออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของบุคคลธรรมดาได้โดยเสรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง คาดว่าจะประกาศผ่อนคลายได้ในไตรมาส 2 ของปีนี้

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังและธปท.ได้เห็นชอบร่วมกันแล้วว่า จะพิจารณารปรีบกฎเกณฑ์ให้คนไทยนำเงินทุนออกไปประเทศที่มีพรมแดนติดกันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า จากปัจจุบันที่เอาออกได้ไม่เกิน 5 แสนบาท

นอกจากนี้ จะพิจารณาอนุญาตให้รับซื้อและรับขายเงินตราต่างประเทศ รับโอนเงินตราต่างประเทศได้เสรีมากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ จากเดิมที่จำกัดการขายไว้ไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ/ครั้ง และโอนเงินออกได้ไม่เกิน 2,000 เหรียญสหรัฐ/ราย/วัน ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอนุมัติ

“สาเหตุ ที่ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การแลกเงิน ถือเงิน โอนเงินเข้าและออก ตามแนวชายแดน เพราะอยากส่งเสริมให้มีการโอนเงินบนดิน แทนที่จะใช้โพยก๊วนแบบเดิม”นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ขณะนี้ ยอดการลงทุนไปยังต่างประเทศโตขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 3 เท่าตัวมาอยู่ที่ 1.1-1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2552 อยู่ที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในปี 2557 ธปท.จะผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับเงินทุนออกไปลงทุนต่างประเทศผ่อนคลายลงเรื่อยๆ เพิ่มจากที่ผ่อนคลายแล้วในปี 2555-2556 แต่แนวทางที่ผ่อนคลายใหม่ในปี 2557 นี้น่าจะเริ่มบอกได้ในช่วงปลายปีนี้ ว่าอะไรที่จะผ่อนได้มากขึ้น หรืออะไรควรต้องชะลอเพราะบรรยากาศการลงทุนไม่เอื้อโดย ธปท.จะประเมินผลการผ่อนคลายที่ทำในช่วงแรกก่อน รับฟังความเห็นนักลงทุน และดูความพร้อมด้านระบบข้อมูล ดูความสอดคล้องกับการเปิดเสรีภาคบริการทางการเงินของประเทศ และความพร้อมของนักลงทุนไทยประกอบก่อนตัดสินใจเพิ่มเติม

“ต่อไป ธปท.จะยิ่งผ่อนผันเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกได้มากขึ้นๆ เพราะปัจจุบันนักลงทุนไทยมีศักยภาพมากขึ้น มีเงินออมสูง มีรายได้มากขึ้น นักลงทุนมีความพร้อมมากขึ้น และการผ่อนผันยังช่วยให้เศรษฐกิจประเทศปรับตัวในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ช่วยกระจ่ายความเสี่ยง และเป็นจังหวะดีกับนักลงทุนไทยให้มีโอกาสออกไปซื้อลงทุนในสินทรัพย์ราคาถูก ในประเทศพัฒนา สหรัฐฯ ยุโรปที่เศรษฐกิจกำลังผงกหัวลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยผงกหัวขึ้น แถมยังช่วยสร้างสมดุลเงินทุนไหลเข้าและออกช่วยให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ 2 ทิศทาง” นางผ่องเพ็ญกล่าว

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า การผ่อนคลายตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้าย ในปี 2555-2556 ที่ผ่านมา คือ 1.ผ่อนคลายการลงทุนโดยตรง ให้นิติบุคคลไปลงทุนได้เสรีไม่จำกัดจำนวน ส่วนบุคคลธรรมดาปัจจุบันออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ขณะนี้อยู่ระหว่างรออนุมัติจากคลังให้บุคคลธรรมดาออกไปลงทุนได้เสรี

2.การลงทุนในหลักทรัพย์ เพิ่มประเภทผู้ลงทุนสถาบัน จากเดิม 8 ประเภท เป็น 9 ประเพภท คือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ บริษัทที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท และเพิ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดไปลงทุน ให้ออกไปลงทุนต่อรายจำกัดวงเงิน จากเดิมจำกัดไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อราย แต่วงเงินรวมไม่เกิน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้รายย่อยที่ลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลและบล.ได้จำกัดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้ขยายขอบเขตการลงทุนได้มากขึ้นและลดขั้นตอนการของอนุญาตจากธปท.

3.เปิดให้มีบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ(เอฟซีดี)ในธนาคารพาณิชย์ได้โดยเสรี ไม่จำกัดจำนวนและระยะเวลาฝาก หากมีภาระการค้าและการลงทุนที่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศในอนาคต จากเดิมที่ให้มียอดฝากคงค้างได้ไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ กรณีมีภาระการค้า และฝากได้ 5 แสนเหรียญสหรัฐ กรณีไม่มีการค้าและการลงทุนรองรับ

4.อนุญาตให้ยกเลิกการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Unwind Hedging)ได้โดยเสรี โดยไม่ ถ้ามีธุรกรรมการค้าและการลงทุนรองรับ จากเดิมที่ให้ยกเลิกได้เฉพาะที่มีธุรกรรมการค้าและบริการเท่นั้น

5.จะพิจารณาอนุญาตให้รับซื้อและรับขายเงินตราต่างประเทศ รับโอนเงินตราต่างประเทศ และโอนเงินออกได้เสรีมากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ จากเดิมที่จำกัดการขายเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐต่อครั้ง และโอนเงินออกได้ไม่เกิน 2,000 เหรียญสหรัฐต่อรายต่อวัน เป็นต้น โดยเรื่องนี้เป็นอำนาจขอคลังธปท.ได้เสนอไปที่คลังและขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติจากคลัง

“สาเหตุที่ธปท.เราผ่อนคลายเกณฑ์การแลกเงิน ถือเงิน โอนเงินเข้าและออกในประเทศตามแนวชายแดนที่มีพรหมแดนติดกับไทยมากขึ้น เพราะการค้าตามแนวชายแดนขยายตัวสูงมาก ปี 2555 โตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกอย่างการค้า การลงทุน การวื้อวัตถุดิบของนักลงทุนไทยที่ไปอยู่ในต่างประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ก็เริ่มมีการใช้สกุลเงินในภูมิภาคกันเองมากขึ้น รัฐบาลจึงอยากส่งเสิรมให้นักลงทุนเหล่านี้มาใช้ระบบการโอนเงินบนดินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่การใช้โพยก๊วนแบบเดิม ตอนนี้คลังและธปท.ก็ได้เห็นชอบร่วมกันแล้วว่า จะให้คนไทยนำเงินทุนออกไปประเทศที่มีพรหมแดนติดกับไทยได้ขึ้นอีกหลายเท่า จากปัจจุบันที่เอาออกได้ไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ยังอยู่ระหว่างพูดพคุยกับประเทศเพื่อนบ้านว่าจะเห็นชอบกับไทยหรือไม่” นางผ่องเพ็ญกล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ธปท.ผ่อนคลายเงินทุนออกไปต่างประเทศได้เสรีขึ้น พบว่าเงินทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเป็น 1.1-1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมในปี 2552 มีเพียง 4,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ด้านนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ สำนักเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันไทยแทบไม่ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล และบัญชีการลงทุนเฉพาะบุคคล( individual account) เนื่องจากการลงทุนในไทยเสียเปรียบด้านภาษีเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคในระดับเดียวกัน เช่น ถ้าลงทุนได้กำไร 100 ล้านบาท ไทยต้องจ่ายภาษี 1037% ขณะที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกงเสียภาษี 0% ทำให้นักลงทุนไทยส่วนใหญ่นิยมนำเงินไปลงทุนต่อในต่างประเทศเพื่อลดภาษี เช่น ลงทุนในเกาะเคย์แมน สิงคโปร์ ฮอ่งกง มอริเซียส และบริทิช เป็นต้น ทำให้คลังอยู่ระหว่างเสนอปรับอัตราภาษีใหม่ แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงของคลัง เพราะผู้บริหารระดับสูงของคลังเห็นว่าการลดอัตราภาษีจะลดโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท