
สมบัติแจงปปช.ยันรับเงิน18ล้านไร้ปมแอบแฝง
อ.สมบัติ จันทรวงศ์ แจง ปปช. ยันรับเงิน18ล้านไม่มีอะไรแอบแฝง ยันลาออกจากมธ.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
อ.สมบัติ จันทรวงศ์ แจง ปปช. ยันรับเงิน18ล้านไม่มีอะไรแอบแฝง ยันลาออกจากมธ.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
นายสมบัติ จันทรวงศ์ อาจารย์คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) หลัง ป.ป.ช.พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการรับฝากเงินจากครอบครัวของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม กว่า 27 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช.เพิ่งสั่งอายัดทรัพย์สิน พล.อ.เสถียร เพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติเมื่อวันที่26ก.พ.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้นายสมบัติยืนยันว่าไม่รู้จักกับ พล.อ.เสถียร เป็นการส่วนตัว แต่รับฝากเงินจากนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภรรยา พล.อ.เสถียร เพราะนางณัฐณิชาช์ อ้างว่ามีปัญหาครอบครัว ในปี2554 ซึ่งขณะนั้น พล.อ.เสถียรก็ยังไม่ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และไม่ได้เอะใจมาก่อนว่าเงิน 18 ล้านที่รับฝากมาเป็นเงินร้อน เพราะสำหรัับนักธุรกิจการมีเงิน 18 ล้านเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ครอบครัว พล.อ.เสถียร นำเงิน 18 ล้านบาทไปลงทุนซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อตนเป็นหุ้นส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องสินสมรส และได้เงินกลับมา 27 ล้านบาทนั้น ขณะนี้เหลือเงินอีก 7-8 ล้านบาทที่ยังไม่ได้คืนให้ครอบครัวพลเอกเสถียร และ ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์สินในส่วนนี้ไปแล้ว สำหรับการแยกบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกเป็นหลายบัญชีนั้น เป็นคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ เพื่อความสะดวกในการถอนเงิน ซึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกับครอบครัว พล.อ.เสถียร แล้ว นายสมบัติยืนยันว่าจะให้การต่อ ป.ป.ช.ตามข้อเท็จจริง และอยากให้คดีไปสู่ชั้นศาลโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ทราบว่าครอบครัว พล.อ.เสถียร หลอกตนเองหรือไม่
ขณะเดียวกัน นายสมบัติ กล่าวว่าจะลาออกจากการเป็นอาจารย์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบในทางวิชาการ โดยจะไปยื่นหนังสือลาออกต่ออธิการบดีในวันที่ 6 มีนาคมนี้ ให้มีผลสิ้นเดือนเม.ย. เพื่อจัดการเรื่องคะแนนสอบของนักศึกษาให้เรียบร้อยก่อน และหากจะต้องถูกถอดจากตำแหน่งศาสตราจารย์ก็พร้อมยอมรับ
สำหรับการเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ของนายสมบัติในครั้งนี้เป็นการชี้แจงครั้งที่2 โดยนายสมบัติได้นำหลักฐานทางการเงินเป็นสมุดบัญชีเงินฝากที่สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 บัญชี 4 เล่ม มามอบให้ ป.ป.ช. หลังจากได้ชี้แจงเรื่องการใช้ชื่อร่วมซื้อขายที่ดินร่วมกับภรรยาและบุตรบุญธรรมของ พล.อ.เสถียร ไปแล้ว







