
โฆสิตชูเป็นกลางประสานสิบทิศ
"โฆสิต" ปราศรัยใหญ่ ชูความเป็นกลาง ผู้ประสานสิบทิศ แนะคน กทม. เลิกหนุนพรรคการเมือง หากอยากสลายความขัดแย้ง
"โฆสิต" ปราศรัยใหญ่ ชูความเป็นกลาง ผู้ประสานสิบทิศ แนะคน กทม. เลิกหนุนพรรคการเมือง หากอยากสลายความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ลานหน้าหอศิลป์ สี่แยกปทุมวัน นายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัดอิสระ หมายเลข 10 ได้เปิดปราศรัยใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 มี.ค. เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อประชาชน
นายโฆสิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราหลงคารมของนักการเมืองที่มาจูงใจให้เลือกผู้ว่าฯกทม.จากพรรคการเมือง จนลืมไปว่า ผู้ว่าฯกทม.นั้นมาจากไหน ที่ผ่านมาในสมัยที่ยังมีการแต่งตั้งผู้ว่าฯกทม.หากใครมาคุมกระทรวงมหาดไทย ก็จะมีการย้ายผู้ว่าฯที่ไม่ใช่พรรคพวก จึงไม่ทราบว่าคนกทม.ต้องการอะไร ดังนั้น จึงให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เพื่อปลดล็อคจากการเมือง แต่ทำไมคนกทม.ถึงยังเลือกผู้สมัครที่มารจากพรรคการเมือง เพราะฉะนั้น ผู้ว่าฯกทม.ควรจะต้องเป็นอิสระ เป็นนักบริหาร มุ่งบริหารเพื่อบรรลุเป้าหมาย
“ผู้ว่าฯจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องสามารถประสานได้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ไร้รอยต่ออย่างเดียว ไม่อย่างนั้นก็ตั้งผู้ว่าฯกลับมาเหมือนเก่าไม่ดีกว่าหรือ ที่สำคัญต้องปลอดจากพรรคการเมือง เพราะงบประมาณต่างๆที่จะได้รับต้องผ่านสภาที่มีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมมติว่าผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือก ด่านแรกก็ลำบากแล้วเพราะมีสภากทม.ซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นเสียงข้างมาก จึงถึงเวลาแล้วที่คนกทม.ต้องการอะไรที่เป็นกลาง นอกจากนี้ ผู้ว่าฯต้องสื่อสารได้ หากผู้ว่าฯพูดไม่รู้เรื่องก็จะยุ่งไปกันใหญ่”นายโฆสิตกล่าว
นายโฆสิต กล่าวอีกว่า แม้รู้อยู่ว่าหากลงสมัครครั้งนี้อาจเสียเปรียบ แต่เชื่อว่าสามารถทำได้ด้วยคะแนนเสียงจากพลังเงียบ เพราะจากการสำรวจมีพลังเงียบกว่า 2 ล้านเสียงที่เบื่อการเมือง และอยากได้นักบริหารมาทำงาน เชื่อว่าหากพลังเงียบจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ นั่นก็เพียงพอให้ชนะผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง หากมีพลังเงียบออกมาใช้สิทธิเลือกผู้สมัครอิสระกันจำนวนมาก จะถือว่าเป็นประชามติ ที่คนส่วนใหญ่เบื่อการเมืองแล้ว
“ในวันที่ 3 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ไม่ใช่แค่การตัดสินว่าผู้ว่าฯจะเป็นใครเท่านั้น แต่ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของคนกรุงเทพฯ วันที่ 3 มี.ค.เป็นวันที่ตัดสินว่าจะหยุดความขัดแย้งหรือไม่ หากอยากเลือกความขัดแย้ง ให้เลือกผู้สมัครจาก2พรรค หากต้องการหยุดความขัดแย้ง ให้เลือกผู้สมัครอิสระ”นายโฆสิตกล่าว
อนึ่งในการปราศรัยของนายโฆสิตครั้งนี้มีผู้ให้การสนับสนุนมาร่วมให้กำลังใจ อย่างคับคั่ง อาทิ รศ.ดร.ชรินรัตน์ พุทธปวน อดีตส.ส.พรรคประธิปัตย์และพรรคไทยรักไทย กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนอำนวยศิลป์ กลุ่มนักธุรกิจต่างๆ อาทิ วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รวมไปถึงนักธุรกิจชั้นนำของประเทศ กลุ่มพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชากรไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และกลุ่มศิลปินดารา อาทิ นายวินัย ไกรบุตร นายยุทธพิชัย ชายเลขา







