posttoday
สว.จี้นายกฯสั่งบัวแก้วยุติแจงพระวิหาร

สว.จี้นายกฯสั่งบัวแก้วยุติแจงพระวิหาร

27 กุมภาพันธ์ 2556

นักวิชาการอัดบัวแก้วแจงพระวิหารคลาดเคลื่อน เตรียมยื่นจดหมายเปิดผนึกให้นายกฯยุตินำเสนอหวั่นไทยเสียเปรียบเขมร

นักวิชาการอัดบัวแก้วแจงพระวิหารคลาดเคลื่อน เตรียมยื่นจดหมายเปิดผนึกให้นายกฯยุตินำเสนอหวั่นไทยเสียเปรียบเขมร

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษา ตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้จัดเสวนาเรื่อง “วันนั้น วันนี้ และวันหน้า:กรณีปราสาทพระวิหาร” ที่มีนายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา รองประธานกมธ. คนที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยเชิญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา นายสมปอง สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และนายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เข้าร่วมเสวนา

ก่อนเริ่มเสวนา น.ส.รจนา โตสิตระกูล สว.กทม. ในฐานะประะธานกมธ. กล่าวว่า กมธ.มีมติทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้สั่งการกระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกการเผยแพร่เอกสาร “50ปี 50 ประเด็น ถาม-ตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร” เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้ถูกนำไปอ้างในการต่อสู้คดี และส่งผลต่อรูปคดี ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ นายสมปอง กล่าวในการเสวนาว่า การกระทรวงการต่างประเทศ จัดทำเอกสาร “50 ปี 50 ประเด็น ถาม-ตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร” ได้มีการแปลคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) คลาดเคลื่อนจากต้นฉบับที่ได้แปลไว้ ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียประโยชน์ในการต่อสู้คดี อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าหนังสือว่าด้วยข้อสงวนคัดค้านของไทย ที่ทำขึ้นภายหลังที่ศาลโลกพิพากษาแล้วว่า ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชานั้น ได้ขาดอายุความตามธรรมนูญศาลโลก ข้อ 61 ที่ระบุว่ามีอายุแค่เพียง 10 ปี แต่ตามข้อเท็จจริง ไทยได้ตั้งข้อสงวนว่าอาจกลับเข้าไปครอบครองปราสาทพระวิหารในวันข้างหน้า และหนังสือว่าด้วยข้อสงวนยังมีผลบังคับจนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้มีการขาดอายุความ

นอกจากนี้ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ไปรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมประเทศกัมพูชา เพราะคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโลก อีกทั้ง อาจเป็นการเสียมารยาท เปรียบเสมือนเป็นการหมิ่นประมาทศาล

ขณะที่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไทยได้ดำเนินการตามกฎบัตรสหประชาชาติข้อที่ 94 ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลก จนได้รับคำชมเชยจากรองประธานศาลโลกว่า ไทยดำเนินการครบถ้วน แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้หยิบยกข้อมูลดังกล่าวมาเป็นประเด็นต่อสู้ดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศได้มีการวิเคราะห์แนวคำตัดสินของศาลโลกไว้ 4 แนวทาง คือ 1.ไม่รับตีความ 2.เป็นไปตามมติค.ร.ม. เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2505 3.ให้ยึดตามแผนที่ 1:200,000 และ 4.คำวินิจฉัยออกมากลางๆ เพื่อไม่ให้ทั้งสองประเทศปะทะกัน ดังนั้น อยากให้ทุกคนไม่นิ่งเฉยและดำเนินการให้ศาลเห็นว่า ถ้าหากคำวินิจฉัยเป็นไปตามข้อ 3 จะต้องเกิดสงครามชายแดนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หากไทยไม่ช่วยกันก็จะเสียดินแดนไปเรื่อยๆ รามไปถึงพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ อยากเสนอให้ตั้งกมธ. วิสามัญติดตามคดีปราสาทพระวิหาร

ด้านนายสุวันชัย กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้คาดคะเนผลการพิจารณาตีความคำพิพากษาของศาลโดยมีความเป็นไปได้ในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ใน 4 แนวทาง คือ 1.ศาลโลกตัดสินว่ากัมพูชาไม่มีอำนาฟ้อง และศาลโลกไม่มีอำนาจพิจารณา พร้อมจำหน่ายคดี 2. ศาลโลกรับตีความคำพิพากษาโดยกำหนด ขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร เป็นไปตามเขตที่กั้นรั้วลวดหนามตามมติครม.เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2505

3.ศาลโลกรับตีความคำพิพากษาโดยกำหนดขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารเป็นไปตามแผนที่ 1:200000 และ 4.ศาลโลกรับตีความคำพิพากษาโดยกำหนดขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารตามแนวทางอื่นที่ศาลโลกเห็นว่าสมควร ทั้งนี้ หากศาลโลกรับตีความคำพิพากษา น่าจะตีความในความเห็นต่างกันในประการที่ 1 และ2

ส่วนประการที่ 3 ศาลไม่น่าจะตีความให้เนื่องจากศาลเคยปฏิเสธมีคำพิพากษาในเรื่องดังกล่าวเมื่อปี 05 อีกทั้งการตีความไม่สามารถกระทำเกินขอบเขตของคำพิพากษาเดิมได้ นอกจากนี้การที่กัมพูชาร้องขอให้ศาลย้อนกลับไปตีความคำพิพากษาโดยขอให้ศาลตัดสินว่าบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารบนอาณาเขตของกัมพูชา เป็นไปตามเส้นเขตแดนที่ปรากฎในแผนที่ 1:200000 นั้น ไม่ใช่เป็นการขอตีความคำพิพากษา หากแต่เป็นการขอทบทวนคำพิพากษาซึ่งไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากเลย 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาดังบัญญัติในธรรมนูญศาลโลกข้อ 61 วรรคห้า

อย่างไรก็ตาม หากศาลโลกมีคำพิพากษาแล้วไทยมีความเห็นว่าจะไม่ปฏิบัติตาม ตามธรรมนูญศาลโลกแล้ว ศาลโลกไม่มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับคดีให้คู่ความปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก แต่ตามกฎบัตรสหประชาชาติข้อ 94 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ว่า “ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ปฏิบัตตามข้อผูกพันซึ่งตกแก่ตนตามคำพิพากษาของศาลโลก คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอาจขอให้คณะรัฐมนตรีความมั่นคง (UNSC) ซึ่งถ้าเห็นว่าจำเป็นก็อาจให้คำแนะนำ หรือวินิจฉัยมีมาตรการที่ทำให้เกิดผลตามคำพิพากษานั้น” ซึ่งหมายความว่า ประเทศกัมพูชาอาจร้องต่อ UNSC ได้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมากัมพูชา ไม่เคยร้องต่อ UNSC แสดงว่ายอมรับว่าไทยทำตามคำพิพาษศาลโลกแล้วใช่หรือไม่

สำหรับการร้องให้ UNSC มีคำสั่งบังคับผลการลงมติจะต้องได้ทั้งหมด 9 เสียง จากเสียงสมาชิก 15 ประเทศ โดยภายใน 5 เสียง จะต้องประกอบด้วยเสียงของประเทศสมาชิกถาวรทั้ง5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย หากขาดเสียงหนึ่งเสียงใดไปคำร้องใดๆถือเป็นอันตกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้าย นายสุวันชัย กล่าวถึงความผิดพลาดเรื่องคำนิยามของคำว่า “สันปันน้ำ” ที่ให้ความหมายว่า คือแนวสันต่อเนื่องในภูมิประเทศ เมื่อฝนตกจะแบ่งน้ำนั้นเป็นสองส่วน ซึ่งอาจไม่ใช่สันเขาหรือขอบหน้าผาก็ได้ และตรงบริเวณปราสาทพระวิหาร จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง ซึ่งผิดจากรายงานของพันเอก มองกิเอร์ ประธานฝ่ายฝรั่งเศสของคณะกรรมการปักปันชุดที่ 2 ที่ระบุว่า สันปันน้ำที่เขาพนมดงรัก อยู่ที่เส้นขอบหน้าผา ซึ่งแสดงว่ามีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท