
ต้องดับไฟใต้
สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังคงอยู่ในความสนใจของบรรดาสื่อต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เหตุปล้นปืนเมื่อ 9 ปีก่อน และเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้งเมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องการดับไฟใต้ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หลังจากเพิ่งเกิดเหตุบุกค่ายทหารเมื่อวันที่ 13 ก.พ. จนมีผู้เสียชีวิตไป 19 คน
สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังคงอยู่ในความสนใจของบรรดาสื่อต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เหตุปล้นปืนเมื่อ 9 ปีก่อน และเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้งเมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องการดับไฟใต้ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หลังจากเพิ่งเกิดเหตุบุกค่ายทหารเมื่อวันที่ 13 ก.พ. จนมีผู้เสียชีวิตไป 19 คน
เว็บไซต์คริสเตียน ไซแอนซ์ มอนิเตอร์ ซึ่งเป็นเว็บข่าวมีชื่อในสหรัฐได้ตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ว่า เหตุใดรัฐบาลไทยจึงยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อนำสันติภาพมาสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ผู้ก่อเหตุยังไม่เปิดเผยตัวชัดเจน และไม่มีการประกาศจุดมุ่งหมายทางการเมืองออกมา ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ
การแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 5,500 คน นับตั้งแต่ปี 2004 ดูจะเป็นหนทางที่ยาวไกลเนื่องจากเหตุผลดังที่ยกมาแล้วข้างต้น จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะทราบได้ว่าแท้จริงแล้วคนร้ายต้องการสิ่งใด ขณะที่รัฐบาลก็ไม่สามารถเข้าถึงคนในพื้นที่ได้มากเท่าที่ควร และในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับเท่าที่ควรจากคนในพื้นที่ด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน มี.ค. 2555 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องนี้มาแล้ว ทว่าก็ไม่เป็นผล เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นตามมาเพียงไม่กี่วันใน จ.ยะลา จนมีผู้เสียชีวิต 10 คน
ล่าสุดหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสนอให้รัฐบาลลองเจรจากับขบวนการปลดปล่อยสหปัตตานี หรือ พูโล แต่ก็ถูกขวางโดย กองทัพบก ซึ่งระบุว่า กลุ่มพูโลไม่ได้มีบทบาทใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คริสเตียน ไซแอนซ์ มอนิเตอร์ รายงานด้วยว่า รัฐบาลไทยนำโดย ยิ่งลักษณ์ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำศาสนาหลายคนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อาทิ พ.ต.ท.เจ๊ะอิสมาแอ เจ๊ะโมง อดีต สส.ปัตตานี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ต.ท. 10 กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิเพื่อการพัฒนามุสลิมแห่งปัตตานี และยังคงความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ โดยเพิ่งเดินทางไปเจอเพื่อนเก่าที่ดูไบ เมื่อปีที่แล้ว
รายงานยังได้บรรยายให้เห็นภาพพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยว่า ประชากรส่วนใหญ่ 80% เป็นมุสลิม และมีสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิดกับมาเลเซีย สังเกตได้จากการแต่งตัว การใช้ภาษายาวี และการข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันได้ง่าย อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ของไทย มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ในภูมิภาค อาทิ กลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ ที่มีสายสัมพันธ์กับเครือข่ายอัลกออิดะห์ หรือจะเป็นกลุ่มอาบูซัยยาฟ หรือไม่
จากการสอบถามชาวบ้านหลายคน พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการอพยพออกไป แม้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงแทบจะรายวันก็ตาม
“ที่นี่คือบ้านของพวกเรา เราต้องทำมาหากินที่นี่” ฮัมบาลี เลห์มา ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นความไม่เชื่อมโยงของคนที่นี่กับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย โดยฮัมบาลี ยังกล่าวด้วยว่า เหตุความรุนแรงจะปรากฏเป็นข่าวหน้า 1 เมื่อมีทหารเสียชีวิตเท่านั้น แต่หากเป็นชาวบ้านธรรมดาในพื้นที่จะไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก
ความเห็นเช่นนี้นับว่าสอดคล้องกับ พ.ต.ท.เจ๊ะอิสมาแอ ซึ่งมองว่าแม้นโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลปัจจุบันจะมีการพัฒนาดีขึ้น ทว่าในภาพรวมนั้นรัฐบาลส่วนกลางก็ยังไม่เข้าใจพื้นที่แถบนี้ดีนัก
ทางด้านหนังสือพิมพ์แวนคูเวอร์ ซัน ในแคนาดา ให้ความสนใจเรื่องการลงทุนของไทยในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศพม่า ว่า ความฝันของไทยที่จะร่นระยะเวลาเดินทางและขนส่งไปยังตลาดอินเดีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ด้วยการใช้เส้นทางผ่านท่าเรือน้ำลึกทวาย ข้ามมหาสมุทรอินเดียนั้น อาจกลายเป็นเพียงความฝันที่ไม่สามารถเป็นจริงได้อีกแล้ว
รายงานได้อ้างถ้อยแถลงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตอุตสาหกรรมพิเศษทวาย มูลค่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 3.3 หมื่นล้านบาท) อาจต้องชะงักลง เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ยังมีความเห็นต่างในเรื่องนี้อยู่
แวนคูเวอร์ ซัน ระบุด้วยว่า ในท้ายที่สุดแล้วอภิมหาโครงการนี้ มีแนวโน้มที่อาจถูกลดขนาดการลงทุนเป็นเพียงท่าเรือและเขตอุตสาหกรรมที่มีขนาดเล็กลง ทว่าที่สุดแล้วก็อาจเป็นเรื่องที่ดีกว่าการต้องล้มโครงการทั้งหมดลง







