
อิตาลี
ผลการเลือกตั้งในอิตาลีเมื่อสองวันก่อนนั้น สร้างความผิดหวังให้กับตลาดทุนทั่วโลกล่ะครับ โดยตลาดหุ้นเริ่มที่เอเชียดิ่งเหวกันระนาวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ค่าเงินยูโรดิ่งลงทันที เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงด้วย (ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค)
ผลการเลือกตั้งในอิตาลีเมื่อสองวันก่อนนั้น สร้างความผิดหวังให้กับตลาดทุนทั่วโลกล่ะครับ โดยตลาดหุ้นเริ่มที่เอเชียดิ่งเหวกันระนาวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ค่าเงินยูโรดิ่งลงทันที เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงด้วย (ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค)
การเลือกตั้งของอิตาลีครั้งนี้ ตลาดทุนเทแรงเชียร์ให้กับ ปิเอร์ ลุยจิ แบร์ซานี จากพรรคพันธมิตรกลางซ้าย เพราะว่า แบร์ซานี คนนี้ มีแนวนโยบายที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจอิตาลีตามทางที่อดีตนายกรัฐมนตรี มาริโอ มอนติ ได้วางเอาไว้ครับ ซึ่งจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของอิตาลีในระยะยาวขึ้น
เกิดอะไรขึ้นที่อิตาลี อิตาลีเป็นประเทศที่จับตามองกันมากครับว่าอาจจะต้องรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปเหมือนกับกรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ และไซปรัส เพราะผลพวงจากการบริหารประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ที่กู้ยืมดะ ทำให้อิตาลีเป็นประเทศที่มีระดับหนี้สาธารณะสูงลิ่ว
ที่แย่กว่านั้นก็คือ เศรษฐกิจอิตาลีเจอกับภาวะสะดุดติดต่อกันมาหลายปี เมื่อปี 2012 อิตาลีเป็นประเทศที่เศรษฐกิจถดถอยมากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 7 ชาติชั้นนำของโลก หรือ จี7 โดยหดตัวไปถึง 2.2% และคาดว่าปีนี้อิตาลีจะถดถอยต่ออีก 1%
อิตาลีมีปริมาณหนี้สาธารณะมากถึง 2 ล้านล้านยูโร มากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มยูโรโซน ตามหลังกรีซ ซึ่งหนี้จำนวนนี้คิดเป็น 5% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศทีเดียว ขณะที่อัตราว่างงานของอิตาลีในปี 2013 นี้ คาดว่าจะพุ่งไปที่ 11.6% ครับ และจะขยายต่อไปที่ 12% ในปีหน้า
ที่น่าหวาดหวั่นก็คือ เศรษฐกิจอิตาลีมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป และเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ของอิตาลีนั้นก็กระจายอยู่ทั่วยุโรปเช่นกัน หากอิตาลีเป็นอะไรขึ้นมา งานนี้ยูโรโซนมีหนาวไม่ใช่เล่นครับ น่าจะสั่นสะเทือนรุนแรงทีเดียว
จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา ที่ แบร์ซานี แม้ว่าจะได้เสียงมากที่สุด แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะตั้งรัฐบาลเดี่ยวได้ และต้องรอดูว่ารัฐบาลผสมของอิตาลีจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะส่งผลกระทบทำให้การปฏิรูปเศรษฐกิจของอิตาลีชะงักไปครับ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่ตลาดทุน ตลาดพันธบัตร และหลายๆ ตลาดในยุโรป และของโลก จึงมีการตอบสนองออกมาในทางลบเสียส่วนใหญ่ เพราะความไม่แน่ไม่นอนของวิกฤตหนี้ยูโรโซนกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ถ้าหากรัฐบาลชุดใหม่ของอิตาลีไม่สามารถเดินหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจตามที่ตลาดหวังเอาไว้ได้







