
สถานะครัวเรือนไทยย่ำแย่
สศช.เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส455 หนี้สินเพิ่ม-ผิดนัดชำระแนวโน้มสูง ขณะที่เอสเอ็มอีต้นทุนพุ่งจากค่าแรง300
สศช.เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส455 หนี้สินเพิ่ม-ผิดนัดชำระแนวโน้มสูง ขณะที่เอสเอ็มอีต้นทุนพุ่งจากค่าแรง300
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2555 ว่า การปรับเพิ่มค่าจ้าง 300 บาท ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.4% มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการไตรมาส 4 ปี 2555 เพิ่มขึ้น 26.6% สูงสุดในรอบ 9 ปี และสูงกว่าช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 ซึ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เลิกกิจการ 5,703 ราย
ผลจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทวันที่ 1 ม.ค.2556 ทำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแรงงาน 1-199 คน และมีการจ้างงานโดยรวมทั้งประเทศ 9.99 ล้านคน จะมีต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น 8.95% เทียบกับกิจการใหญ่ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.57%เท่านั้น
การปรับเพิ่มค่าจ้างทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงงานที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำ และมีความเสี่ยงต่อการมีรายได้ที่ไม่แน่นอน เช่น เกษตรกร หาบเร่แผงลอย คนขับรถรับจ้าง จะมีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นควรมีการดูแลให้มีการปรับเพิ่มราคาสินค้าในระดับที่เหมาะสม และมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคา
ด้านหนี้สินครัวเรือนไทยไตรมาส 4 มียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 21.6% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.91 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 33.9% เนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
“สินเชื่อซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 312.9% สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 29.4% โดยสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงลีสซิงที่มียอดคงค้าง 2.51 แสนล้านบาท สินเชื่อบัตรเครดิตมียอดคงค้าง 2.51 แสนล้านบาท” สุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการ สศช. ระบุ
ขณะที่การผิดนัดชำระหนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยไตรมาส 4 มูลค่าสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับที่ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 28.1% สินเชื่อบัตรเครดิตผิดนัดชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 3.2%
ส่วนหนี้เสียของสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 20.5% มูลค่า 5.65 หมื่นล้านบาท หรือ 22.3% ของเอ็นพีแอลรวม
“ครัวเรือนที่ไม่มีการออมเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นหนี้ซ้ำซ้อน และการก่อหนี้นอกระบบ ซึ่งครัวเรือนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนรับจ้างประกอบอาชีพอิสระ” สุวรรณี กล่าว
สศช.เสนอว่า รัฐบาลควรสร้างช่องทางให้ครัวเรือนเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ และแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กับการสร้างวินัยในการใช้จ่ายและการเก็บออม เช่น การออมในช่วงวัยทำงานที่ทำให้ช่วงสูงวัยจะได้ดำรงชีวิตที่มีคุณภาพและมีศักดิ์ ไม่เป็นภาระการคลังของภาครัฐ







