
ระดมปิดกิจการ
พิษค่าแรง300บาทเอสเอ็มอีอ่วมอรทัยหนี้สินครัวเรือนไทยเข้าขั้นอันตรายคนจนแบกหนี้เฉลี่ย2.8หมื่นบาท
พิษค่าแรง300บาทเอสเอ็มอีอ่วมอรทัยหนี้สินครัวเรือนไทยเข้าขั้นอันตรายคนจนแบกหนี้เฉลี่ย2.8หมื่นบาท
ค่าจ้าง 300 บาท พ่นพิษยอดปิดกิจการพุ่งสูงสุดรอบ 9 ปี หนี้ครัวเรือนเข้าขีดอันตราย
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2555 ว่า ผลจากนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศของรัฐบาลด้วยการปรับเพิ่มค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ในเดือน ม.ค. 2556 ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.4% นิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการไตรมาส 4 ปี 2555 เพิ่มขึ้น 26.6% สูงสุดในรอบ 9 ปี
นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการ สศช. ระบุว่า การจดทะเบียนเลิกกิจการไตรมาส 4 ของช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ที่มีกิจการที่เลิกกิจการ 2,5003,000 รายเท่านั้น
“ยอดการปิดกิจการที่เพิ่มขึ้น เราคงบอกไม่ได้ว่าทั้งหมดเป็นผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่ง สศช.ต้องติดตามตัวเลขไตรมาสที่ 1 ปีนี้ก่อน แต่แม้สัญญาณการเลิกจ้างจะยังไม่ชัดเจน แต่จำนวนกิจการที่ปิดตัวเพิ่มขึ้น” นางสุวรรณี กล่าว
อย่างไรก็ตาม แรงงานในระบบมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 16.5% แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น 3.2% ทำให้ค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 12.9%
นางสุวรรณี เสนอว่ารัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง เช่น การคุ้มครองผลประโยชน์ที่ควรได้รับ เช่น ค่าชดเชย การจัดหางานใหม่ให้
นางสุวรรณี ยังกล่าวถึงหนี้สินครัวเรือนไทย ว่า ในไตรมาส 4 มียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 21.6% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.91 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น 33.9% จากนโยบายรถคันแรก
“สศช.ยังต้องเฝ้าระวังความสามารถการชำระหนี้คืนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย โดยกลุ่มคนที่จนที่สุดมีการก่อหนี้สินเฉลี่ย 28,883 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินต่อรายได้ 1.9 เท่า หากมีปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อรายได้ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถการชำระหนี้อย่างรุนแรง” นางสุวรรณี ระบุ
นางสุวรรณี กล่าวว่า หากเปรียบเทียบหนี้สินต่อการออม ซึ่งสะท้อนถึงภูมิคุ้มกันทางการเงินของครัวเรือน พบว่าครัวเรือนมีอัตราการออมในระดับที่ต่ำ โดย 9.09 ล้านครัวเรือน หรือ 45% ไม่มีความสามารถในการออม เนื่องจากรายจ่ายและหนี้สินสูงกว่ารายได้







