
ก้าวต่อไป
2 เดือนที่ผ่านมา หลังการดำรงตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ดูจะประสบความสำเร็จไปไม่น้อย ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ การดำเนินความสัมพันธ์กับจีน และการเยือนสหรัฐพร้อมประกาศจะเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงค้าเสรีทีพีพี
2 เดือนที่ผ่านมา หลังการดำรงตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ดูจะประสบความสำเร็จไปไม่น้อย ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ การดำเนินความสัมพันธ์กับจีน และการเยือนสหรัฐพร้อมประกาศจะเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงค้าเสรีทีพีพี
อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ได้ให้ความเห็นดักทางเอาไว้ว่า ก้าวต่อไปสำหรับอาเบะหลังจากนี้ ไม่ควรดึงเรื่อง “ชาตินิยม” เข้ามาทำให้รัฐบาลไข้เขวออกไปอย่างเด็ดขาด
แม้จะผ่าน 2 เดือนมาอย่างราบรื่น ทว่าหลังจากนี้ไปหลายสิ่งจะเต็มไปด้วยความซับซ้อนขึ้น ประเดิมที่ภารกิจแรกกับการเลือกผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คนใหม่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในเวทีระหว่างประเทศนั้น ญี่ปุ่นถูกกดดันอย่างหนักกับมาตรการอัดฉีดซื้อสินทรัพย์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงค่าเงิน ดังนั้นอาเบะจึงไม่ควรดันทุรังเลือกผู้ว่าบีโอเจที่มีนโยบายเงินเฟ้อสุดโต่งเกินไป
ก้าวต่อไปสำหรับอาเบะก็คือ การวางแผนปฏิรูปอย่างเป็นระบบทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาทีพีพี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาคส่งออกของญี่ปุ่น แม้ว่าต้องยอมแลกกับการเปิดเสรีด้านเกษตร สาธารณสุข และพลังงานก็ตาม
ท้ายที่สุดและสำคัญอย่างยิ่งก็คือ อาเบะไม่ควรดึงประเด็นชาตินิยมกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหากพรรคแอลดีพีได้ครองเสียงเบ็ดเสร็จในสภาหลังการเลือกตั้งสภาสูงกลางปีนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าอาเบะมีแนวคิดชาตินิยม และต้องการไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้ประเทศเพื่อนบ้านขึ้นอีก
อาเบะควรทำตามบรรดาผู้นำญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ซึ่งมักเน้นหลักความเป็นจริงมากกว่าอุดมการณ์







