posttoday
โลกมองไทย

โลกมองไทย

26 กุมภาพันธ์ 2556

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีพาดหัวรายงานข่าวไว้อย่างตื่นเต้นว่า ภายในประเทศไทยขณะนี้ น้ำอัดลมยอดนิยมอย่างเป๊ปซี่ ได้กลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว โดยเป็นผลมาจากการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเป๊ปซี่และผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่อย่างเสริมสุข

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีพาดหัวรายงานข่าวไว้อย่างตื่นเต้นว่า ภายในประเทศไทยขณะนี้ น้ำอัดลมยอดนิยมอย่างเป๊ปซี่ ได้กลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว โดยเป็นผลมาจากการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเป๊ปซี่และผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่อย่างเสริมสุข

ทางเสริมสุขออกมายืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้มีเจตนาจะกำจัดเป๊ปซี่ให้ออกไปจากตลาดไทยแน่นอน และการออกน้ำอัดลมตัวใหม่ภายใต้แบรนด์ของตนเองก็เป็นไปเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น

ด้านเป๊ปซี่ระบุว่า ยินดีต้อนรับการแข่งขันจากหน้าใหม่ พร้อมยืนยันว่าการที่สินค้าขาดตลาดในระยะสั้นไม่ได้เป็นเครื่องวัดความสำเร็จของเป๊ปซี่อย่างแน่นอน โดย เจฟฟ์ ดอนห์ค ผู้อำนวยการสื่อสารอาวุโสของเป๊ปซี่ในนิวยอร์ก อธิบายเพิ่มเติมว่า เป๊ปซี่เพิ่งจะเปิดโรงงานผลิตขวดแห่งใหม่ใน จ.ระยอง ดังนั้นอาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าที่สินค้าของเป๊ปซี่จะกลับสู่ตลาดแบบเต็มอัตราศึกอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตลาดน้ำอัดลมของไทยนับเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเฉลี่ยแล้วคนไทยดื่มน้ำอัดลม 39.2 ลิตรต่อปี ซึ่งมากกว่า 4 เท่าของอัตราบริโภคโดยเฉลี่ยทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดอะ เยรูซาเลม โพสต์ของอิสราเอล ได้ตีแผ่เรื่องราวเด็กชายชาวอิสราเอล วัย 12 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ภายในวัดกรุงเทพฯ เพียงลำพังโดยปราศจากพ่อแม่ผู้ปกครองดูแล ซ้ำร้ายเด็กคนดังกล่าวยังป่วยเป็นโรคลูคีเมียที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

เรื่องข้างต้นกลายเป็นประเด็นโด่งดังหลังจากที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งพบเด็กชายในคราบสามเณรที่สามารถพูดภาษาฮิบรูได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ที่น่าประหลาดใจและตกใจยิ่งกว่าก็คือการที่เด็กคนดังกล่าวอยู่ต่างแดนร่วมปีด้วยความต้องการของพ่อแม่เอง แม้ตัวเด็กจะร้องคิดถึงบ้านและอยากกลับมากแค่ไหนก็ตาม

ทั้งนี้ จากการโทรศัพท์สัมภาษณ์แม่ของเด็กระบุชัดว่า ไม่ได้ทอดทิ้งลูกชาย แต่ตั้งใจส่งไปอยู่วัดในเมืองไทย เนื่องจากเชื่อว่าการนั่งวิปัสสนาเจริญสติและสมาธิช่วยฟื้นคืนจากอาการลูคีเมียได้ หลังจากที่ลูกชายเคยเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดมาครั้งหนึ่งแล้ว

“สิ่งที่แพทย์อิสราเอลให้ฉันก็คือเคมีที่ทำลายทั้งสมอง ทั้งความสามารถในการพัฒนา มะเร็งนะไม่ใช่หวัดที่แค่ให้ยาแล้วจะหายได้ คนที่รักษาแล้วกลับมาเป็นอีกโอกาสหายมีน้อยแล้ว แถมหมอก็บอกเองว่าไม่รู้จะรักษาอย่างไร” ผู้เป็นแม่กล่าว

ด้าน ยิตซัค คัดแมนน์ ผู้อำนวยการบริหารสภาสำหรับเด็ก กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวมาสักระยะหนึ่งแล้ว และกำลังดำเนินการอยู่ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของมโนธรรมสำนึกมากกว่า เพราะปกติแล้วเด็กไม่ควรอยู่ไกลหูไกลตาจากพ่อแม่

อย่างไรก็ตาม ถึงจะแนะนำให้รัฐบาลรีบประสานความร่วมมือกับสถานทูตในไทยเพื่อประเมินสถานการณ์และนำตัวเด็กกลับบ้าน แต่คัดแมนน์ยอมรับว่ายังติดขัดในเรื่องที่ต้องเคารพอำนาจการตัดสินใจของผู้ปกครองด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท