
เขตเมืองไม่ดับ
3การไฟฟ้าจับมือบริหารย่านชุมชนปกป้องเขตเศรษฐกิจโรงพยาบาลปลอบใจแต่ละพื้นที่มืดไม่เกินชม
3การไฟฟ้าจับมือบริหารย่านชุมชนปกป้องเขตเศรษฐกิจโรงพยาบาลปลอบใจแต่ละพื้นที่มืดไม่เกินชม
3 การไฟฟ้า จับมือบริหารไฟ ตรึงพื้นที่เศรษฐกิจเขตเมืองห้ามไฟดับ
นายอาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวถึงแผนรับมือสถานการณ์ไฟฟ้ากรณีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา สหภาพพม่า ซึ่งมีความเสี่ยงสำรองไฟฟ้าต่ำ ในวันที่ 5 เม.ย. ว่า ขณะนี้ได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และดูแลการจ่ายไฟฟ้าให้เพียงพอมากที่สุด
ทั้งนี้ หากเกิดกรณีเลวร้ายสุดและจำเป็นต้องดับไฟในบางพื้นที่ จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่มีผลกับประเทศเป็นอันดับแรก เช่น พื้นที่ที่มีโรงพยาบาลตั้งอยู่ สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องดับไฟ จะมองในย่านชานเมืองหรือที่อยู่อาศัย แต่การดับไฟจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อพื้นที่ โดยจะสลับกันดับไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุได้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 5 เม.ย. จะมีมากน้อยแค่ไหน ตลอดจนสภาพอากาศในวันนั้นจะร้อนมากหรือร้อนน้อย
“การจ่ายไฟในวันที่ 5 เม.ย. ทาง กฟผ.ประเมินไว้ว่าแรงส่งไฟไปสถานีลาดพร้าวรัชดาฯ จะต่ำ เนื่องจากมีระยะทางไกล โดยจะดึงไปไว้ที่สถานีไฟฟ้าธนบุรี หรือบางกอกน้อยแทน เพื่อให้มีกำลังส่งไฟมากขึ้น ซึ่งจะพยายามดูแลไม่ให้เกิดปัญหาไฟดับ ขณะเดียวกันได้เตรียมสำรองไฟฟ้าในลักษณะโมบายไปรองรับในสถานที่ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม เช่น โรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดูแลปริมาณไฟฟ้าได้เพียงพอ” นายอาทร กล่าว
นายธนา พุฒรังษี รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ได้ขอให้ กฟน.มีการสำรองไฟฟ้าไว้รองรับ 200 เมกะวัตต์ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟดับในเขตเมือง เพราะถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งหลายคนอาจจะตีความได้ว่าเขตไหน สีลม ปทุมวัน หรือที่อื่นๆ ทั้งนี้ ไม่อยากให้ประชาชนต้องตื่นตระหนกไปกันใหญ่ เพราะทั้ง 3 การไฟฟ้า จะพยายามบริหารไม่ให้เกิดไฟดับ
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า ได้ประเมินสถานการณ์กรณีแย่สุดหากการซ่อมแท่นผลิตต้องเลื่อนออกไปจนทำให้การจ่ายก๊าซเลื่อนไป 1 สัปดาห์ หรือเป็นระหว่างวันที่ 521 เม.ย. จากเดิมที่คาดการณ์ไว้วันที่ 5-14 เม.ย. จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) กว่า 1 สต./หน่วย จากเดิม 0.48 สต./หน่วย ซึ่ง กฟผ.จะพยายามบริหารจัดการในเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ การหยุดซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซในแหล่งผลิตในพม่าดังกล่าว ตามสัญญาซื้อขายก๊าซระบุไว้ชัดเจนว่า หากเป็นไปตามแผนที่กำหนดจะไม่สามารถเรียกค่าเสียหายใดๆ กับผู้ผลิตและจำหน่ายก๊าซได้ เพราะผู้รับซื้อก๊าซสามารถบริหารจัดการในเรื่องต้นทุนล่วงหน้าได้







