
"อภิรักษ์" ขีดเส้น 9 แสนเสียงฟันธงสุขุมพันธุ์ชนะสูสี
โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช
โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช
อภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดยุทธการหาเสียง 6 วันสุดท้ายก่อนดีเดย์เลือกตั้งจริง 3 มี.ค.นี้
อภิรักษ์ แจกแจงว่า การลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายแบ่งออกเป็น 3 ทีมหลัก ประกอบด้วย 1.ตัวผู้สมัคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่นอกเหนือจากการขึ้นเวทีดีเบตแล้ว จะไล่ลงพื้นที่หาเสียงรอบนอกและเร่งเจาะเข้าพื้นที่ชั้นในของ กทม. เพราะที่ผ่านมาถือว่าได้ลงพื้นที่ชั้นนอกเกือบครบแล้ว ทั้งฝั่งเหนือ ฝั่งตะวันออก และฝั่งธนบุรี
2.ทีมของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคจะเดินหน้ารณรงค์ร่วมกับ “แก๊งก่อโหวต” เน้นเจาะพื้นที่ กทม.ชั้นในอย่างเดียว โฟกัส 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคนวัยทำงานในสำนักงานออฟฟิศ และกลุ่มนักศึกษา เยาวชน รวมถึงกลุ่มที่ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หรือ First Voter ตามมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และย่านสถานที่ยอดนิยมของวัยรุ่น
3.กลุ่ม สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมดของพรรค โดยเฉพาะ สส.กทม. 23 คน สก. 46 คน และ สข.กว่า 200 คน จะเป็นกำลังหลักในการรณรงค์เดินหน้าเคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียงจากคน กทม.ในทุกเขต
อีกด้านหนึ่ง ระหว่างที่กำลังพล ปชป.เร่งเดินลงพื้นที่อย่างหนัก ฝ่ายข้อมูลข่าวสารจะระดมยิงสปอตควบคู่ไปด้วย ผ่านช่องทางโทรทัศน์ ป้ายแอลอีดี เครือข่ายสังคมออนไลน์ และโรงภาพยนตร์ ตลอดจนให้แก๊งก่อโหวตไปรวมตัวรณรงค์ในทุกสี่แยกสำคัญทั่ว กทม. อาทิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วงเวียนใหญ่ แยกอโศก ราชประสงค์ ฯลฯ
อภิรักษ์ ยืนยันว่า ไม่รู้สึกกังวลกับผลโพลหลายสำนักที่ระบุว่า คะแนนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทยยังคงนำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะกระแสตอบรับดีขึ้นต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่โซนรอบนอกอย่าง กทม.ตอนเหนือและฝั่งตะวันออก แม้ว่าจะต้องทำงานหนักแต่ ปชป.ก็ยังมีโอกาสสูง
“ต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเองก็พร้อมเลือกคนของพรรคหากผู้สมัครทุ่มเททำงาน อย่างการเลือกตั้งซ่อม สก.เขตดอนเมือง ซึ่งปกติพูดตรงๆ ว่าคนไม่เคยเลือก ปชป. แต่ สก.กนกนุช (นากสุวรรณภา) ก็ได้ที่นั่ง หรือในพื้นที่ปทุมธานีซึ่งเป็นรอยต่อของ กทม. สถานการณ์ก็พลิกกลับให้เราได้ ดร.กิตติศักดิ์ (ส่องแสง) รับตำแหน่งสส.มาแล้ว” อภิรักษ์ กล่าว
อภิรักษ์ ประเมินด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะคว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ ด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่า 9 แสนเสียง เพราะการเลือกตั้ง 3 ครั้งล่าสุดที่ ปชป.ชนะได้ถึง 3 สมัยนั้น ล้วนได้รับคะแนนค่อนข้างคงที่ไม่ต่ำกว่า 9 แสนเสียง ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยราว 3 แสนเสียงทั้ง 3 ครั้ง
“แม้เราทิ้งห่างมาตลอด 3 แสนเสียง แต่ผมเชื่อว่าครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่มีความสูสีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทางรัฐบาลเองพูดตรงๆ ว่าเขามีกลไกที่ทำให้ผู้สมัครของพรรครัฐบาลมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนค่อนข้างมาก ทำให้การแข่งขันสูสีและใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นเราคงไม่ได้ชนะมากเหมือน 3 ครั้งที่ผ่านมา แต่ส่วนคะแนนนั้นผมเชื่อว่าอย่างน้อยคนจะยังคงให้ความสนับสนุนพรรค ปชป. และผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ไม่น้อยไปกว่าเดิม” อภิรักษ์ กล่าว
อภิรักษ์ ขยายความว่า คะแนนที่สนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่น้อยกว่าเดิมนั้น มีปัจจัยหนุนมาจากการที่คนออกมาใช้สิทธิมากขึ้นด้วย เพราะเลือกตั้งล่าสุดเมื่อปี 2552 มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 51% เท่านั้น เหลืออีก 49% ที่ไม่ได้ใช้สิทธิ ถือว่าหายไปเกือบครึ่งหรือกว่า 2 ล้านเสียงที่หายไป ดังนั้นอีกส่วนสำคัญ คือ การรณรงค์ให้คนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่จุดเปลี่ยนของ กทม. แต่เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ
ทั้งนี้ ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ปชป.พร้อมเคารพในเสียงของคนกรุง เพราะถือว่าทั้งพรรคและผู้สมัครได้ทุ่มเทสรรพกำลังอย่างสุดความสามารถแล้ว







