posttoday
ระบายข้าวรัฐลึกลับซับซ้อน

ระบายข้าวรัฐลึกลับซับซ้อน

25 กุมภาพันธ์ 2556

และแล้วกระทรวงพาณิชย์ก็ออกมายอมรับเต็มปากว่า ไม่สามารถส่งเงินค่าข้าวคืนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

โดย...จตุพล สันตะกิจ

และแล้วกระทรวงพาณิชย์ก็ออกมายอมรับเต็มปากว่า ไม่สามารถส่งเงินค่าข้าวคืนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้

ปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ตามแผนในไตรมาสแรกปีนี้จะทยอยส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง 1.35 หมื่นล้านบาท 2 ครั้ง ช่วงปลายเดือน ม.ค. 1.2 หมื่นล้านบาท และต้นเดือน ก.พ.1,500 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินที่ส่งคืนกระทรวงการคลังก่อนหน้านี้ 5.2 หมื่นล้านบาท เราได้ส่งเงินคืนแล้ว 6.5 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่เป็นไปตามแผน เพราะข้าวบางส่วนอยู่ระหว่างส่งมอบ”ปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศระบุ

ขณะที่ฝ่ายการเมืองอย่าง บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ยังยืนยันเช่นเดิมว่า กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลต่อเนื่องและจะส่งมอบเงินให้กับ ธ.ก.ส.ตามกำหนด ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่ากระทรวงพาณิชย์ขายข้าวไม่ได้ตามแผน ทำให้ ธ.ก.ส. ไม่มีเงินในการรับจำนำข้าวพียงพอ จึงไม่มี “มูลความจริง”

การให้สัมภาษณ์ของบุญทรงเป็นการยืนยันว่า รัฐบาล “จะ” ขายข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะการขายข้าวสารแบบจีทูจี 7.328 ล้านตัน และ “จะ” ส่งเงินคืนคลัง 2.42.6 แสนล้านบาทในสิ้นปีนี้

แม้ว่านิยามการขายข้าวจีทูจีของบุญทรงและกระทรวงพาณิชย์จะเรียกว่า “จีทูจีแบบไทยๆ” หรือจีทูจีบิดเบี้ยวก็ว่าได้

เพราะไม่มีตัวเลขการส่งออกข้าวไปต่างประเทศ ไม่มีการเปิดแอล/ซี ไม่มีการส่งเงินจากประเทศผู้ซื้อข้าว มีเพียงบริษัท สยามอินดิก้า เบิกข้าวจากโกดังกลาง แต่ไม่รู้ว่าข้าวสารถูกส่งไปที่ไหนไม่มีใครรู้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์กลับบอกไม่มีหน้าที่ “รับรู้”

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 เดือนก่อน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ย่างเข้าปีที่ 2 สร้างความหนักใจให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ตลอดจนรัฐบาล เพราะ 1.เงินหน้าตักรับจำนำข้าวที่รัฐบาลกู้จาก ธ.ก.ส.มาตุนไว้ใช้ชักร่อยหรอ เพราะต้องจ่ายค่าข้าวเปลือกแล้ว 29.94 ล้านตัน 4.69 แสนล้านบาท และ 2.กระทรวงพาณิชย์ได้ข้าวสารมาล้นโกดังและไม่มีที่เก็บ กระทั่งสมาคมโรงสีข้าวไทยต้องทำหนังสือลงวันที่ 7 ม.ค. 2556 ถึงกระทรวงพาณิชย์เรียกร้องให้หาที่เก็บข้าวสารเพิ่ม

แต่จู่ๆ ปัญหาโกดังเก็บข้าวสารไม่พอ ซึ่งเป็นปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2555 จนถึงกลางเดือน ม.ค.ก็เงียบหายไป

มานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ (21 ก.พ.) โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกสามารถส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาการส่งมอบข้าวสารเช่นที่ผ่านมา ส่วนรัฐบาลจะระบายข้าวในโกดังไปแล้วจำนวนเท่าใด ไม่มีใครรู้หรือมีข้อมูลที่ชัดเจน

โกดังข้าวสารที่ว่างลง นั่นก็หมายความว่ากระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวได้ แต่จะระบายด้วยวิธีไหน ส่งออกหรือเวียนขายในประเทศ ผ่านเครือข่ายใด ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องขบคิด

โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ที่ราคาข้าวขาวของไทยสูงกว่าข้าวประเทศคู่แข่งเกิน 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวมีปัญหาน้อยกว่า เพราะตลาดโลกและตลาดภายในตอบรับอยู่

“การขายข้าวไปต่างประเทศในปีนี้เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะข้าวขาว เพราะเวียดนามและอินเดียต่างหั่นราคาข้าวขาว 5%โดยเวียดนามประกาศลดราคาเหลือ 410 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ขายจริงที่ 370 เหรียญสหรัฐต่อตัน อินเดียขายที่ 420 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนไทยขายที่ 570 เหรียญสหรัฐต่อตัน” นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุ

ขณะที่ตัวเลขการส่งออกข้าวตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 17 ก.พ. มีปริมาณ 5.82 แสนตัน โดยข้าวที่ส่งออกส่วนใหญ่ส่งออกโดยเอกชนแทบทั้งสิ้น และน่าฉุกคิดตามก็คือ ราคาข้าวสารส่งออก F.O.B. ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งไปสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยทุกวัน ราคาข้าวทุกประเภท “นิ่ง” มานับเดือนแล้ว เพราะกรมการค้าต่างประเทศเก็บงำตัวเลขไว้

นั่นทำให้ต้องตั้งคำถามว่าข้าวที่เอกชนนำไปส่งออกนั้นได้มาจากที่ไหน เช่น ข้าวหอมมะลิที่ส่งออก 1 แสนตันต่อเดือน ข้าวนึ่ง 1 แสนตันต่อเดือน ทั้งๆ ที่ข้าวเปลือกเกือบทุกเมล็ดอยู่ในมือรัฐบาล

สำหรับเงื่อนปมตรงนี้ นิพนธ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีจำนวน 3.2 ล้านราย คิดเป็น 90% ของผู้ปลูกข้าวทั้งประเทศ และไม่มีใครอยากขายข้าวนอกโครงการ หากมีก็น้อยมาก เพราะได้ราคาต่ำกว่า

เช่น วันนี้ข้าวเปลือกเจ้าในตลาดราคาอยู่ที่ 9,000 บาทต่อตัน แต่หากขายในโครงการจะได้ 1.41.5 หมื่นบาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิราคาซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 1.51.6 หมื่นบาทต่อตัน แต่หากขายในโครงการจะได้ราคา 1.92 หมื่นบาทต่อตัน

จึงเป็นไปได้สูงยิ่งว่าข้าวสารที่ส่งออกมาจากโกดังของรัฐบาล เช่นเดียวกับข้าวสารที่คนไทยบริโภคในประเทศ 89 แสนตันต่อเดือน น่าจะ “หลุด” มาจากโกดังของรัฐก็เป็นได้

สอดคล้องกับกระแสเสียงร่ำลือในวงการค้าข้าวที่ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงระบายข้าวสารด้วยวิธีเดิมๆ คือ ให้กรมการค้าต่างประเทศเบิกข้าวจากโกดังกลาง และให้สยามอินดิก้าเป็นผู้แทนรับมอบข้าวสารผ่านเครือข่าย “เสี่ยเปี๋ยง” ที่มีตัวละครเดิมๆ คือ “GSSG IMP AND EXP.CORP” “ปาล์มรัฐนิธ โสจิรกุล” และ “โจนิมล รักดี”

ทว่า ปริมาณข้าวสารในโกดังที่มีปริมาณ “มหาศาล” เกินกว่าที่บริษัทหรือกลุ่มเครือข่ายเดียวจะระบายข้าวไหว จึงปรากฏตัวละครใหม่ๆ ซึ่งก็คือ “นายเปี๊ยก” โรงสีโชควรลักษณ์ จจกจากลพบุรี “นายหรั่ง” กลุ่มโรงสีสิงห์โตทอง จ.กำแพงเพชร กลุ่มโรงสีนครสวรรค์ค้าข้าว จ.นครสวรรค์ และเครือข่ายโรงสีเจียเม้ง โคราช (ทำตลาดข้าวหอมมะลิเป็นหลัก)

โดยเฉพาะ“นายเปี๊ยก” โรงสีโชควรลักษณ์ ที่เป็นเครือข่าย “เสี๋ยเปี๋ยง” ที่วันนี้มีบทบาทมากขึ้น หลังมีการแฉความไม่ชอบมาพากลการระบายข้าวแบบจีทูจีผ่านบริษัทสยามอินดิก้าฯ

เพราะ“นายเปี๊ยก” มีหน้าที่รับออเดอร์จากโรงสีที่ต้องการข้าวสารในโกดังกลางที่มีต้นทุนถูกกว่าข้าวสารในตลาด บางคราวเป็นผู้เบิกข้าวสารจากโกดังกลางด้วยตัวเองและกระจายข้าวไปยังโรงสีที่สั่งซื้อข้าว บ้างก็นำข้าวไปเร่ขายให้โรงสีที่ต้องการนำเข้าไป “เปาเกา” เข้าโครงการหรือขายต่อ บางครั้งก็รับข้าวสารจาก “นายโจ” และ “นายปาล์ม”ไปขายอีกทอด

ส่วน “นายหรั่ง” ก็รู้กันในวงการข้าวว่าเป็นเครือข่ายสาย “เจ๊ ด.” และมีรัฐมนตรีในรัฐบาลหนุนหลังอยู่

“ผมมีหลักฐานและใบเสร็จก็คือ ใบเบิกข้าวที่ยืนยันได้ว่า นายเปี๊ยก นายหรั่ง โรงสีนครสวรรค์ค้าข้าวและโรงสีสิงโตทอง เบิกและขนข้าวสารออกจากโกดังกลาง” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพร้อมท้าว่า หากไม่เป็นความจริงก็ขอให้กระทรวงพาณิชย์นำหลักฐานมาคัดค้านได้

นพ.วรงค์ ทิ้งปมว่า การขายข้าวจากโกดังกลาง ณ ขณะนี้ไม่ได้มีเฉพาะการขายข้าว โดยใช้วิธีจีทูจีบังหน้าเท่านั้น แต่มีกระบวนการแอบขายข้าวจากโกดังกลางเอาดื้อๆ เพราะใบเสร็จการเบิกข้าวสารจากโกดังกลางที่ตนได้มา ลูกค้าที่เบิกข้าวสารจากโกดังกลาง ไม่ใช่กรมการค้าต่างประเทศเบิกในฐานะ “ลูกค้า” แต่เป็นบริษัทเอกชนเซ็นชื่อเบิกในนามลูกค้าเอง

เท่ากับชี้ให้เห็นว่ามีการ “แอบ” ขายข้าว โดยไม่มีการเปิดประมูลนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น วงการค้าข้าวยังระบุว่า บริษัทค้าข้าวรายใหญ่อันดับหนึ่งและอันดับสองของประเทศต่างก็เฮโลรับข้าวสารจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกไปขายเช่นกัน นั่นก็คือ นครหลวงค้าข้าว และ เอเซียโกลเด้นไรซ์ฯ เหตุผลหลักที่มีการดึงบริษัทเหล่านี้เข้ามามีเอี่ยว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทค้าข้าวที่ทำตามเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดได้

คนในวงการค้าข้าวยังบอกว่า ข้าวที่ขายจากโกดังกลางผ่านเครือข่ายเหล่านี้ซื้อในราคาต่ำมาก เช่น ข้าวขาวต้นทุนต่ำกว่า 14 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อมีการนำข้าวไปขายต่ออีกหลายทอดผ่าน “หยง นายหน้าค้าข้าว” ไปจนถึงมือโรงสีหรือผู้ส่งออกที่ราคา 1516 บาทต่อกิโลกรัม และโรงสีจะขายทำกำไรที่ 17 บาทต่อกิโลกรัม

เรียกว่าการขายข้าวสารขาวทุกๆ 1 ล้านตัน มีส่วนต่าง “เกินจริง” เฉลี่ยแล้ว 3,0004,000 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ในเครือข่าย ในขณะที่ต้นทุนข้าวสารในโครงการที่มีต้นทุน 24 บาทต่อกิโลกรัม คิดแล้วการขายข้าวทุกๆ 1 ล้านตัน รัฐบาลขาดทุนบานตะไท

หากคิดจากสต๊อกข้าว ณ วันนี้ก็น่าจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทแน่นอน

แม้จะมีเสียงครหาเรื่องการระบายข้าวมากมายแค่ไหน กระทรวงพาณิชย์ก็ยังทนได้ และเชื่อว่าเรื่องนี้จะถูกพยายามทำให้เงียบหายไปในที่สุดเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนและข้อมูลจากวงการค้าข้าวยังไม่ยุติว่าเป็นข้อเท็จจริงประการใดเพราะกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่เคยแถลงไขตัวเลขการขายข้าวใดๆ หรือเอกสารใดมาแสดงแม้แต่แผ่นเดียว

เสียงกระซิบจากวงการค้าข้าวก็น่าฟังไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท