
พท.ดัน "พงศพัศ" เข้าวิน เสริมแกร่ง "ปู-เฉลิม"
แรงดีไม่มีตกสำหรับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
แรงดีไม่มีตกสำหรับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย ที่ยังคงฟอร์มมีคะแนนนำในผลโพลหลายสำนัก แม้จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจริง 3 มี.ค.นี้
ส่องดูท่าทีหลายขั้วภายในเพื่อไทยเวลานี้ เริ่มออกอาการดี๊ด๊าเลือดสูบฉีด เพราะเมื่อวิเคราะห์เกมสถานการณ์บวกผลโพลที่ทางพรรคสำรวจเองแล้ว แนวโน้มมีสูงที่ “พงศพัศ” จะชนะการเลือกตั้ง และหากเป็นดังคาด พรรคเพื่อไทยอาจกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ตั้งแต่ยุคก่อตั้งไทยรักไทย
จุดเปลี่ยนแรก หาก “พงศพัศ” คว้าชัย เท่ากับเปิดทางให้คนของพรรคเพื่อไทยเข้าไปคานอำนาจกับ สก.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่กุมเสียงข้างมากถึง 46 ใน 61 คน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ว่าฯ และ สก.ปชป. คุมเสียงเบ็ดเสร็จใน กทม.อย่างยาวนาน เป็นขวากหนามของ สก.พรรคเพื่อไทย ที่กุมเสียงข้างน้อยเพียง 14 ที่นั่งในสภา กทม.เท่านั้น
อีกทั้งพรรคเพื่อไทยจะใช้โอกาสนี้รื้อถอนระบบข้าราชการขั้ว ปชป.ที่ฝังรากลึกใน กทม.มานับสิบปี ตั้งแต่สมัย อภิรักษ์ โกษะโยธิน เอาชนะการเลือกตั้งปี 2547 จนส่งผลให้ทั้งข้าราชการในศูนย์ใหญ่สำนักงานย่อยที่อยู่ใต้สังกัดของ กทม. เต็มไปด้วยบุคลากรของประชาธิปัตย์
ไม่เพียง สก.เพื่อไทยที่ได้รับผลบุญ แต่ทั้งผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคที่เคยสอบตก รวมถึงว่าที่ผู้สมัครในการเลือกตั้งสนามใหญ่สมัยหน้าจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะการทำพื้นที่ใน กทม.ขณะนี้มีเสียงบ่นขรมจากผู้สมัคร สส. เพื่อไทยที่ต่างต้องควักงบประมาณส่วนตัวในการทำพื้นที่คอยช่วยเหลือหากมีข้อเรียกร้องจากชาวบ้านหรือหัวคะแนน เพราะไร้อำนาจในการสั่งการเจ้าหน้าที่ กทม. ต่างจากพรรคตรงข้ามที่เครือข่ายแน่นทั้ง สส. สก. สข. และที่สำคัญคือ ผู้ว่าฯ ที่มาจากพรรคเดียวกัน
เก้าอี้ “พ่อเมือง กทม.” จึงเป็นคีย์สำคัญที่พรรคเพื่อไทยต้องคว้าให้สำเร็จ เพื่อกรุยทางให้มือไม้ของเพื่อไทยเข้ามากุมพื้นที่ ก่อนจะปูพรมไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้าที่พรรคคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้องได้ตำแหน่ง สส.กทม.มากกว่าเพียง 10 เก้าอี้ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม เดิมพันเก้าอี้ผู้ว่าฯ ครั้งนี้ ไม่ได้สร้างเพียงจุดเปลี่ยนนอกพรรค แต่ยุทธศาสตร์ภายในพรรคเองจะเกิดแรงกระเพื่อมไม่น้อยเช่นกัน
คนแรกที่จุดยุทธศาสตร์ทางการเมืองจะแข็งปึ้ก คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกตัวช่วยลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ จะสามารถโกยคะแนนความนิยมจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังชูธงสยบกระแสคนกรุงไม่เอาเพื่อไทยได้สำเร็จ หลังจากกว่า 10 ปีที่ผ่านมาของศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั้งไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ไม่เคยครองใจคนกรุงได้แม้แต่สมัยเดียว
อีกทั้งความสำเร็จยังสามารถเสริมจุดแกร่งในพรรคให้ ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นอย่างดี เพราะทราบดีว่าสาเหตุใหญ่ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่ กทม. ไม่ถูกจิ้มให้ลงสมัครผู้ว่าฯ เป็นเพราะบุคลิกผู้นำของ “เจ๊หน่อย” อาจแย่งซีนนายกฯ หญิงของประเทศ ดังนั้นหาก พงศพัศ คว้าชัยการเลือกตั้งมาได้ จะไม่เป็นเหตุให้อ้างได้ว่าหากส่ง เจ๊หน่อย ลงท้าชิงก่อนหน้านี้อาจมีสิทธิกำชัยชนะได้มากกว่า
ทั้งนี้หาก “พงศพัศ” ได้รับเลือกตั้งจริง อาจยิ่งเป็นการเขี่ย เจ๊หน่อย จนพ้นตำเเหน่งหัวเรือคุมพื้นที่ กทม. เพราะแม้แต่ สส. สก.พรรค ที่เคยออกโรงหนุนก่อนหน้านี้ อาจเห็นพ้องว่าคุณหญิงเสื่อมมนต์ขลังในการคุมฐานเสียง กทม. เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ เจ๊หน่อย แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์ใดๆ มีเพียงการลงพื้นที่หาเสียงถ่ายรูปร่วมกันพอเป็นพิธีให้สยบข่าวเกาเหลาภายในพรรคเท่านั้น
แต่หน้าที่คุมยุทธศาสตร์ครั้งนี้เป็นผลงานของ “สายตรงทักษิณ” อีกขั้ว คือ ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้าทีมนโยบาย เเละอีกคีย์แมนสำคัญอยู่ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ขุนศึกฝั่งธนฯ ที่เป็นผู้วางยุทธศาสตร์การทำพื้นที่ ใช้แขนขาครบเครื่องทั้งเครือข่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สร้างฐานเสียงแน่นปึ้กให้ “พงศพัศ”
เป็นที่ทราบกันดีว่า ร.ต.อ.เฉลิม นั้น ยืนคนละขั้วกับเจ๊หน่อย เพราะแย่งชิงผู้นำฐานเสียงคน กทม. อีกทั้งช่วงก่อนเคาะตัวผู้ลงสมัครนั้น รองนายกฯ ผู้นี้ก็เป็นอีกตอเบ้อเริ่มที่ขวางไม่ให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงชิงผู้ว่าฯ โดยออกปากหนุน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. ให้ลงสมัคร แต่เมื่อใบสั่งลงตัวที่ พงศพัศ สารวัตรเหลิมก็ร่วมหนุนด้วย เพราะแนบแน่นกับ “พงศพัศ” มานาน
ศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ สารพัดขั้วในเพื่อไทยจึงมีเดิมพันสูงไม่แพ้ฝั่ง ปชป. ที่เก้าอี้หัวหน้าพรรคของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีอันต้องสั่นคลอนให้กับ สุรินทร์ พิศสุวรรณ หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร วืดเก้าอี้ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยหาก พงศพัศ คว้าชัยได้ ตำแหน่งเจ้าแม่ กทม.ของ สุดารัตน์ อาจมีอันต้องสั่นไหวจนต้องยอมสละเก้าอี้ให้กับเจ้าพ่อฝั่งธนฯ เฉลิม อยู่บำรุง ในที่สุด...







