
บิ๊กโอ๋รับเตีย บันห์นัดกินข้าว26กพ.
สุกำพล รับ “พล.อ.เตีย บันห์”นัดกินข้าว 26 กพ.กระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเชื่อไม่มีจับสายลับเขมร
สุกำพล รับ “พล.อ.เตีย บันห์”นัดกินข้าว 26 กพ.กระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเชื่อไม่มีจับสายลับเขมร
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง” ทางคลื่น อสมท. 100.5 เมกะเฮิรตซ์ ว่าพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมของกัมพูชาได้นัดรับประทานอาหารในวันที่ 26 ก.พ. โดยการนัดหารือดังกล่าวได้มีการทาบทามมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ได้ร่วมคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระวรราชบิดาแห่งกัมพูชา ซึ่งในคราวนั้นได้มีการหารือร่วมกันกับฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และพล.อ.เตีย บันห์ เรื่องการสร้างสัมพันธ์ชายแดนทั้งบริเวณเขาพระวิหารและพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อื่นๆ ด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีความเห็นว่าควรจะมีการสานต่อในรายละเอียดในระดับที่เล็กลงจึงได้มีการนัดหารือดังกล่าวเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าจะมีการขึ้นไปหารือบนพื้นที่ปราสาทพระวิหารหรือไม่นั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจะเป็นผู้จัดการ หากคิดว่าสถานที่ใดเหมาะสมก็ให้ดูเอาว่าควรจะอยู่ที่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร หรืออยู่ที่ฝั่งประเทศไทย ทั้งนี้การหารือดังกล่าวจะพูดคุยร่วมกันที่ไหนก็ได้ ส่วนประเด็นการหารือก็เป็นการหารือทั่วๆ ไป เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว
เมื่อถามต่อว่าหากเกิดปัญหาชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาขึ้นมาจริง ๆ ทางกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้มีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหา พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่าหากเป็นเรื่องความมั่นคง ต้องเป็นกระทรวงกลาโหมที่มีบทบาทนำ แต่ถ้าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ต้องยกให้ทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อถามอีกว่าได้มีการกำหนดแผนรองรับ สำหรับคำตัดสินของศาลโลกที่อาจออกมาในหลายรูปแบบเอาไว้แล้วหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจ คงไม่สามารถเปิดเผยได้
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่ามีการจับสายลับหญิงชาวกัมพูชาได้พร้อมรูปถ่ายที่ตั้งทหารในจ.ลพบุรี ช่วงชายแดนจ.สระแก้วนั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่าเรื่องนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายงาน คาดว่าคงไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง หรือถึงขั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าหากเป็นเรื่องจริง เหตุใดจึงต้องไปถ่ายรูปที่ตั้งทหาร ใน จ.ลพบุรี เพราะมันคงเอาไปทำอะไรไม่ได้







