
หันหน้าเข้าหากัน
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% เนื่องจากเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันเหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจแล้ว และแสดงความเป็นห่วงต่อหนี้ครัวเรือน ที่มีการขยายตัวในอัตราเร่ง และฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% เนื่องจากเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันเหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจแล้ว และแสดงความเป็นห่วงต่อหนี้ครัวเรือน ที่มีการขยายตัวในอัตราเร่ง และฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์
มติของ กนง.อาจจะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของฝ่ายการเมือง ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทบทวนนโยบายการเงิน โดยอยากให้ลดดอกเบี้ย เพื่อให้ส่วนต่างดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศห่างกันมากขึ้น เงินร้อนจะได้ไม่ไหลเข้า ช่วยพยุงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าจากเงินไหลเข้ามาเก็งกำไร
ประเด็นความขัดแย้งคือ การมองต่างมุมในการบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความเป็นห่วงต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเหมือนกัน แต่วิธีการแก้ไขปัญหาของฝ่ายดูแลนโยบายการเงิน กับฝ่ายที่ดูแลนโยบายการคลัง อาจจะแตกต่างกัน
เรื่องนี้ไม่มีใครผิดและถูก แต่ควรจะหารือกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ผู้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจและรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ร่วมกันหาทางออกในเรื่องค่าเงินบาท เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และการหารือเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาควรจะเกิดขึ้น
แต่ภายหลังจากที่ ธปท.ได้เชิญ รมว.คลังไปหารือที่ทำการแบงก์ชาติ นายกิตติรัตน์กลับปฏิเสธที่จะไปตามคำเชิญ ทั้งที่เป็นโอกาสอันดีที่จะรับฟังข้อมูลเศรษฐกิจจาก ธปท.ว่าเป็นอย่างไร ทำไมคณะกรรมการ กนง.จึงตัดสินใจคงดอกเบี้ย เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมากกว่าจะกลัวเงินบาทแข็งค่า รวมทั้งสถานการณ์เงินไหลเข้าว่ายังมีมากน้อยแค่ไหน
เรื่องของความไม่เข้าใจกันระหว่าง ธปท.และกระทรวงการคลัง ซึ่งเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ควรจะหันหน้าเข้าหากัน ปิดประตูเปิดใจคุยกัน ไม่ใช่พูดผ่านสื่อรายวัน ทำให้ภาพการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลดูไม่เป็นเอกภาพ
ความน่าเป็นห่วงที่ 2 หน่วยงานที่ดูแลนโยบายการเงินและนโยบายการคลังไม่ยอมคุยกัน เป็นเรื่องที่อันตรายและอาจจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ถูกจุด แก้ปัญหานี้แต่ไปสร้างปัญหาอื่น
การแก้ไขปัญหาของชาติ จำเป็นต้องละวางเรื่องส่วนตัวและคิดถึงเรื่องส่วนรวมเป็นหลัก และพิจารณากันด้วยเหตุด้วยผลเอาข้อมูลมาวางเพื่อวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ควรทำในเวลานี้คืออะไร ไม่ใช่ใช้อารมณ์คุยกัน
การหันหน้าคุยกันเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว







