
รถไฟฟ้าสายสีส้ม...มาเหนือเมฆ
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. “สามารถ ราชพลสิทธิ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฝ่ายโยธาและจราจร ออกมาตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการเวนคืนพื้นที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยบางกะปิมีนบุรี)
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. “สามารถ ราชพลสิทธิ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฝ่ายโยธาและจราจร ออกมาตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการเวนคืนพื้นที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยบางกะปิมีนบุรี)
“สามารถ” ตั้งประเด็นว่า ที่ผิดปกติตรงที่มีการเวนคืนพื้นที่มาก่อสร้างสถานีเกินความจำเป็น สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบระหว่างสถานีศรีพรสวรรค์ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อบางใหญ่) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีเนื้อที่ถูกเวนคืนเพียงทางขึ้นลงละไม่เกิน 200 ตารางวา ขณะที่สถานีราชพัฒนาของสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ มีเนื้อที่ถูกเวนคืน 15 ไร่ มากกว่าปกติถึง 8 เท่า
“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รมช.คมนาคม ชี้แจงโดยยกตัวอย่างสถานีราชปรารภ ว่า เหตุที่ต้องเวนคืนมากกว่าปกติ เพราะ 1.สภาพถนนราชปรารภมีความกว้างเพียง 21 เมตร แต่ตัวโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและทางขึ้นลงต้องใช้ความกว้างไม่น้อยกว่า 28 เมตร
2.บริเวณก่อสร้างสถานีมีแนวท่อระบายน้ำของ กทม. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เมตร วางทับซ้อนอยู่ ทำให้เทคนิคการก่อสร้างนั้นจะต้องคำนึงถึงการรักษาไว้ ซึ่งท่อระบายน้ำและตัวสถานีให้อยู่รวมกันได้ 3.หากสร้างสถานีแล้วเสร็จในอนาคตคาดว่าการจราจรจะหนาแน่นมากขึ้น และมีผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อวัน ดังนั้นจึงต้องมีแผนรองรับไว้ก่อนไม่ให้กระทบเส้นทางโดยสารเดิม
อย่างไรก็ตาม “สามารถ” ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มาชี้แจงกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคม ยืนยันว่าจะสร้างศูนย์การค้า การเวนคืนดังกล่าวจึงเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ให้กำหนดพื้นที่ที่จะเวนคืนเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อีกทั้งหากมีผู้เดือดร้อนร้องศาลปกครองแล้วศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวจนส่งผลให้การก่อสร้างจะล่าช้าออกไป
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการสร้างพื้นที่ “จอดแล้วจร” ทุกสถานี ผิดหลักการที่ควรสร้างสถานีเดียวรอบนอกแล้วให้ผู้โดยสารเปลี่ยนมาใช้บริการรถไฟฟ้าแทนเหมือนสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว อีกทั้งการเวนคืนเนื้อที่จำนวนมากในโครงการรอบนอก ทั้งที่ไม่ได้มีปัญหาทางกายภาพด้านการจราจร เป็นเพราะรัฐบาลต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าของที่ดินที่ไม่ถูกเวนคืนแต่ได้รับประโยชน์จากการที่ราคาที่ดินสูงขึ้น เพราะที่ดินตั้งใกล้กับโครงการหรือไม่ หรืออาจมีการเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อให้มาร่วมลงทุนในลักษณะ Public Private Partnership (PPP) หรือไม่
ทั้งนี้ รมช.คมนาคม ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เอื้อให้กลุ่มประโยชน์ใด แต่ยึดหลักการทางวิศวกรที่ต้องการเวนคืนที่ดินที่สร้างความเสียหายให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่อย่างใด เพราะแผนงานการก่อสร้างจะมีการสำรวจและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินช่วงเดือน ก.พ. 2557 ดังนั้นเพื่อความรอบคอบเชื่อว่าทาง รฟม.จะจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกครั้งต้นเดือน มี.ค. 2556 นี้ โดยทาง รฟม.ยินดีรับฟังความเห็นเต็มที่ ส่วนเรื่องการสร้างพื้นที่จอดแล้วจร ยินดีรับเป็นข้อสังเกตให้ รฟม.กลับไปหารืออีกครั้ง
ปมของเรื่องนี้คงไม่จบลงเพียงแค่กระทู้สด เพราะมีเบื้องหลังเบื้องลึกว่ามีเงื่อนงำสำคัญที่ทำให้การเวนคืนเรื่องนี้มีปัญหา คือมีเสียงร้องเรียนจากชาวบ้านย่านราชปรารภว่า การเวนคืนพื้นที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินประตูน้ำ ที่เชื่อมต่อไปยังสถานีราชปรารภ อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ ที่มีทายาทรัฐมนตรีคนหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งการเวนคืนครั้งนี้นอกจากศูนย์การค้าดังกล่าวจะไม่เข้าเกณฑ์การถูกเวนคืนแล้ว การเวนคืนที่กินพื้นที่กว้างยังเอื้อให้ประชาชนที่สัญจรไปมาเข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าดังกล่าวมากขึ้น







