
เอสเอ็มอีกังวลพิษค่าแรง
เจอราคาน้ำมันซ้ำฉุดดัชนีเชื่อมั่นต่ำลงอีกหอการค้าปรับเป้าจีดีพีใหม่โต5%
เจอราคาน้ำมันซ้ำฉุดดัชนีเชื่อมั่นต่ำลงอีกหอการค้าปรับเป้าจีดีพีใหม่โต5%
ค่าแรง 300 บ.ฉุดดัชนีเชื่อมั่น ม.ค.วูบ กลุ่มเอสเอ็มอีกังวลต้นทุนพุ่ง หอการค้าปรับเป้าจีดีพีโต 5%
ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย เดือน ม.ค. 2556 ปรับตัวลดลงเหลือ 97.3 จาก 98.8 ในเดือน ธ.ค. 2555 ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าแรง 300 บาท/วัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ขณะที่ราคาพลังงานและเงินบาทแข็งค่า ทำให้ผู้ประกอบการกังวลเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีเชื่อมั่นกลุ่มขนาดย่อมลดลงมากที่สุดมาอยู่ที่ 83.6 เทียบกับ 93.2 ในเดือนก่อนหน้า เพราะกังวลต่อการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมาก เนื่องจากปรับตัวได้ยากกว่ากลุ่มขนาดกลางและขนาดใหญ่ และต้นทุนค่าแรงจะกระทบถึงต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางปรับตัวลดลงเล็กน้อยเหลือ 98.4 จาก 99.4 ในเดือน ธ.ค.
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ เชื่อมั่นลดลงเป็น 97.5 จาก 99.5 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนกลุ่มที่เน้นตลาดต่างประเทศเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเป็น 99.9 จาก 99 ในเดือนก่อนหน้า เพราะยอดสั่งซื้อยังขยายตัวสูงแม้เงินบาทจะผันผวน อาทิ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และยานยนต์
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า จากการสำรวจทั้งสิ้น 42 อุตสาหกรรม ยังพบว่า ในเดือน ม.ค.มีอุตสาหกรรมที่ดัชนีลดลงและต่ำกว่าระดับ 100 มากถึง 18 กลุ่ม เทียบกับ 13 กลุ่มในเดือน ธ.ค. โดยอุตสาหกรรมที่ดัชนีลดลง อาทิ เครื่องนุ่งห่ม หนัง และผลิตภัณฑ์หนัง อัญมณีและเครื่องประดับ ปูนซีเมนต์ แกรนิตและหินอ่อน แก้วและกระจก เซรามิก
ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2556 โดยคาดว่าเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัว 5% สูงกว่าเดิมที่คาดว่าขยายตัว 4.5% ผลจากเศรษฐกิจในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านเงินเฟ้อคาดว่าจะขยายตัว 3.5% เนื่องจากสินค้าหลายชนิดมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นในช่วงไตรมาส 2 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น แอลพีจี เอ็นจีวี ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าครึ่งปีแรกจีดีพีจะขยายตัว 4.9% โดยไตรมาส 2 จะมีเม็ดเงินจากการลงทุนระบบป้องกันแก้ไขอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยให้เศรษฐกิจมีความคึกคัก
ขณะที่การส่งออกช่วงไตรมาสแรก คาดว่าจะมีมูลค่า 5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.9% เนื่องจากการส่งออกเริ่มกลับมาฟื้นตัวในระดับที่ชัดเจน เป็นผลมาจากภาคอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากในปี 2555 อยู่ในช่วงฟื้นฟูจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมถึงแนวโน้มการส่งออกยังคงขยายตัวในระดับที่ดีในทุกตลาด โดยเฉพาะอาเซียนที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง มีอัตราเติบโต 5.5% ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกการส่งออกจะขยายตัวได้ 7.7% และตลอดทั้งปีจะขยายตัวได้ 8.2% มีมูลค่าการส่งออก 2.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้เพียง 7.4%







