
ตรวจพืชผักตลาดค้าส่งไม่พบสารตกค้าง
รมว.เกษตรเผยสุ่มตรวจพืช-ผักตลาดค้าส่งหลายจุดแล้วไม่ปรากฏพบสารตกค้าง
รมว.เกษตรเผยสุ่มตรวจพืช-ผักตลาดค้าส่งหลายจุดแล้วไม่ปรากฏพบสารตกค้าง
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากผลการสุ่มตรวจตลาดค้าส่ง และโมเดิร์นเทรด คือ ตลาดไท และตลาดโมเดิร์นเทรด สยามแมคโคร คลองสาม ปทุมธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้สุ่มเก็บตัวอย่างผัก ได้แก่ ผักใบเขียวต่างๆ สินค้าประมง เช่น กุ้งขาว ปลานิล และปลาทับทิม และสินค้าปศุสัตว์ เช่น เนื้อสุกร เนื้อวัว และเนื้อไก่ โดยผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการของสินค้าพืชจากกรมวิชาการเกษตร สินค้าประมงจากกรมประมง และสินค้าปศุสัตว์จากกรมปศุสัตว์ พบว่า ไม่มีการตรวจพบสารเคมีตกค้างหรือเกินเกณฑ์ค่ามาตรฐานแต่อย่างใด
แต่อย่างไรก็ตาม จากการรายงานข้อมูลการตรวจสอบสินค้าเกษตรในระบบฟาร์มทั้งสินค้าพืช ประมงและปศุสัตว์ปัจจุบันพบว่า ฟาร์มพืชที่เข้าอยู่ในระบบจีเอพีแล้วไม่มีการตรวจพบสารตกค้าง ส่วนฟาร์มที่เกษตรกรยังไม่เข้าระบบอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ ด้านประมงก็ไม่พบสารปฏิชีวนะหรือสารเคมีตกค้าง ขณะที่ด้านปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสารเร่งเนื้อแดงในสุกร และโค ซึ่งพบบางกรณีได้มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงและได้ดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการติดตามฟาร์ม GAP จากทุกกรม และมาตรการในการดำเนินการเมื่อตรวจสอบพบการใช้สารเคมีทางการเกษตรทั้งกลุ่มที่เป็นสารต้องห้าม หรือใช้ปริมาณที่มากซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมายังกระทรวงเกษตรฯ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อไปสู่กระบวนการ ชี้แจงและให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเกษตร และเกิดความปลอดภัยทางสินค้าเกษตรและอาหารให้แก่ผู้บริโภคต่อไป
ด้านนายนิวัต สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว ว่า กระบวนการสุ่มตรวจตลาดสดและโมเดิร์นเทรดในครั้งนี้ จะไปนำไปสู่การขยายผลที่จะมีการสุ่มตรวจตลาดเทศบาลทั่วประเทศ โดยมีคณะทำงานในแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ที่จะเข้าไปตรวจสอบและกำกับดูแลสินค้าเกษตรที่นำมาจำหน่าย ซึ่งจะช่วยให้กระทรวงเกษตรฯ สามารถย้อนกลับไปสู่แหล่งผลิตของเกษตรกรได้ทันทีว่ามีการใช้สารเคมีต้องห้าม หรือใช้ปริมาณเกินกว่าทางหลักวิชาการและส่งผลให้เกิดการตกค้าง
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ จะประสานขอข้อมูลรายชื่อเกษตรกรจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ตรวจผลเลือดจากเกษตรกรจำนวนประมาณ 2 แสนรายที่ตรวจพบสารเคมีตกค้า งในร่างกาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเร่งเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยาและสารเคมีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรโดยเร่งด่วนต่อไป รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรหันมาผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานจีเอพีที่มีราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรที่ผลิตทั่วไปด้วย







