posttoday
แผนโยงใยทั่วโลก

แผนโยงใยทั่วโลก

21 กุมภาพันธ์ 2556

เมื่อปี 2555 รถนักท่องเที่ยวชาวยิวขณะจอดอยู่ที่เมืองชายฝั่งทะเลชื่อเบอร์กาส ประเทศบัลแกเรีย เกิดระเบิด ทำให้นักท่องเที่ยวชาวยิวเสียชีวิตทันที 5 คน คนขับรถชาวบัลแกเรียตายไปด้วย คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงบาดเจ็บนับร้อยคน เจ้าหน้าที่บัลแกเรียใช้เวลาหลายเดือนสืบสวนจนพบว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดครั้งนี้คือ “กลุ่มเฮซบอลเลาะห์” จากเลบานอน โดยมีผู้ก่อการร้าย 3 คน สองคนในจำนวนนี้ถือหนังสือเดินทางของออสเตรเลียและแคนาดาอาศัยอยู่ในเลบานอน

เมื่อปี 2555 รถนักท่องเที่ยวชาวยิวขณะจอดอยู่ที่เมืองชายฝั่งทะเลชื่อเบอร์กาส ประเทศบัลแกเรีย เกิดระเบิด ทำให้นักท่องเที่ยวชาวยิวเสียชีวิตทันที 5 คน คนขับรถชาวบัลแกเรียตายไปด้วย คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงบาดเจ็บนับร้อยคน เจ้าหน้าที่บัลแกเรียใช้เวลาหลายเดือนสืบสวนจนพบว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดครั้งนี้คือ “กลุ่มเฮซบอลเลาะห์” จากเลบานอน โดยมีผู้ก่อการร้าย 3 คน สองคนในจำนวนนี้ถือหนังสือเดินทางของออสเตรเลียและแคนาดาอาศัยอยู่ในเลบานอน

การวางระเบิดรถนักท่องเที่ยวชาวยิวในบัลแกเรีย เป็นหนึ่งในปฏิบัติการของเฮซบอลเลาะห์และอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับความพยายามสังหารทูตยิวใน ไทย เคนยา ตุรกี อินเดีย อาเซอร์ไบจาน ไซปรัส และจอร์เจีย อิหร่านร่วมมือกับเฮซบอลเลาะห์หาทางสังหารทูตยิวและนักท่องเที่ยวชาวยิวเพื่อตอบโต้จากการที่นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของอิหร่าน 5 คนถูกลอบสังหารในรอบสองสามปีที่ผ่านมา

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย เหตุการณ์เมื่อกลางเดือน ม.ค. 2555 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม อาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอนซึ่งถือหนังสือเดินทางสวีเดน ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะจะเดินทางออกนอกประเทศ โดยนายอาทริส ฮุสเซน ยอมรับว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ เดินทางเข้ามาไทยเพื่อวางแผนสังหารทูตยิว และนักท่องเที่ยวชาวยิว ก่อนวันที่ 12 ก.พ. ท่ามกลางการถกเถียงจากสังคมว่า เป็นสมาชิกเฮซบอลเลาะห์จริงหรือเปล่า จะมาก่อการร้ายจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ไทยได้ข่าวเพิ่มเติมมาด้วยว่า แม้นายอาทริส ฮุนเซน ถูกจับแล้ว แต่จะมีสมาชิกเฮซบอลเลาะห์ 3 คนเดินทางเข้าไทยเพื่อก่อการร้าย คนเหล่านี้เคยเดินทางเข้าออกไทยมาก่อน โดยเคยมาสำรวจสภาพ มีความคุ้นเคยกับ กทม.อย่างดี

ช่วงเวลานั้นตำรวจได้วางมาตรการ รปภ.อย่างเข้มงวดแบบเงียบๆ ต่อบุคลากรและที่พักทางการทูตของอิสราเอล ที่พัก โบสถ์ชาวยิว และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวยิวนิยมพัก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยกำลังควานหาตัวผู้ก่อการร้าย 3 คนนี้ จะด้วยความโชคดีของไทยหรือเพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรมาช่วยเหลือหรือไม่ก็ตาม ปรากฏว่าอยู่ๆ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2555 เกิดการระเบิดที่บ้านเลขที่ 66 ในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 สุขุมวิท 71 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา และมีชาวต่างชาติเอาระเบิดขว้างรถแท็กซี่เพราะไม่จอดรับ ซึ่งพลาดถูกตัวเองบาดเจ็บ ทำให้ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ 3 คน คือ (1) ซาอิด โมราดิ คนที่ได้รับบาดเจ็บ (2) มูฮัมหมัด ฮะชาอิ ซึ่งกำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยตะครุบตัวไว้ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนมาซุด ซีดากัส ซาเดต หนีจากไทยไปมาเลเซีย และถูกเจ้าหน้าที่มาเลเซียจับได้ ทราบข่าวว่า หลังจากดำเนินคดีตามกฎหมายในมาเลเซียแล้ว ทางการมาเลเซียได้ส่งให้ประเทศไทย ส่วน โรฮานี ไลลา ซึ่งเป็นคนมาเช่าบ้านดังกล่าวในไทย แต่จับไม่ได้เนื่องจากออกนอกประเทศ โดยทั้งหมดถือหนังสือเดินทางอิหร่าน

ผู้ก่อการร้ายที่ถูกจับสารภาพว่า เป้าหมายของตน คือ ทูตยิวประจำประเทศไทย โดยผลิตระเบิดซีโฟร์จำนวน 5 ลูก ขนาดลูกละ 4 ปอนด์ ถ่วงเวลา 5 วินาที ใส่ไว้ในวิทยุทรานซิสเตอร์ขนาดเล็ก รัศมีทำลาย 40 เมตร ระยะสังหาร 35 เมตร เครื่องมือและอุปกรณ์แบบนี้คล้ายกับที่ผู้ก่อการร้ายได้ใช้โจมตีเป้าหมายยิวในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และที่กรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ฯลฯ เจ้าหน้าที่ไทยและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศวิเคราะห์ว่าเป็นฝีมือของอิหร่านร่วมกับเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการทั่วโลก ตามจังหวะเวลาและโอกาส

เหตุการณ์หลายอย่างที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คนไทยมักถกเถียงกันว่าจริงหรือไม่จริง นักวิชาการก็ออกมาวิเคราะห์ต่างๆ นานา บางทีก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ไทยถูกอเมริกันบ้าง ยิวบ้าง แหกตาเอา บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล กว่าจะปิดเคสและเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ก็ต้องให้ผ่านไประยะหนึ่งอาจเป็นหลายเดือนหรือเป็นปี

เมื่อต้นเดือน ก.พ. 2556 มีข่าวเรื่องกลุ่มอัลกออิดะห์ และซาลาฟิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมติดอาวุธในแอลจีเรีย เตรียมโจมตีสถานกงสุลสหรัฐประจำจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แผนที่ใช้รหัสชื่อ “ลูกบิลเลียด” โดยมีนักค้ายาเสพติดชาวออสเตรเลียที่ไม่พอใจสถานกงสุลเป็นผู้จัดหาเครื่องยิงระเบิดประทับบ่าและระเบิดซีโฟร์ให้รู้กันดีว่า ข่าวนี้มาจากการประสานงานแลกเปลี่ยนข่าวกรองกับมิตรประเทศ อย่างไรก็ดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยได้ออกมาเตือนไม่ให้คนไทย “ตื่นตูม” เพียงแต่ต้อง “ตื่นตัว” และต้องการให้สื่อเสนอข่าวในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ให้น่ากลัวเกินไป

ไม่ทราบว่า ท่านจะส่งสัญญาณผ่านสื่อไปยังใครในรัฐบาลที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร จริงอยู่ การ “บอกกล่าว” ถือว่าเป็นการ “ป้องปราม” อย่างหนึ่ง ส่วนจะป้องปรามอย่างไรจึงไม่ดูว่าเป็นการตื่นตูม ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะพูด “เมื่อไร” และพูด “อย่างไร” ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และต้องปรึกษาหารือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อหาข้อยุติ แต่นักการเมืองมักมีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาประกอบเสมอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท