posttoday
ผ่ากองทุน "สส.-สว." ความมั่นคงบั้นปลาย

ผ่ากองทุน "สส.-สว." ความมั่นคงบั้นปลาย

21 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาไปแล้ว เหลือเพียงอีกไม่กี่อึดใจกฎหมายก็คงออกมาบังคับใช้ ความสนใจของกฎหมายดังกล่าวนอกจากจะให้สิทธิเฉพาะอดีต สส.และ สว.เท่านั้น โดยอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้รับสิทธิแล้ว ยังอยู่ที่การดำเนินของกองทุนที่ผ่านมาด้วย

เดิมทีกองทุนเพื่อช่วยเหลืออดีตสมาชิกรัฐสภามีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 แล้ว ภายใต้ระเบียบของรัฐสภา เพื่อให้คณะกรรมการขึ้นมาบริหารมีหน้าที่จ่ายเงินสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลและครอบครัวในกรณีที่อดีตสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรมและค่าศึกษาของบุตร

ทั้งนี้ กำหนดให้แหล่งรายได้หลักอยู่ 4 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.เงินที่ได้รับจากงบประมาณประจำปี 2.ทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค 3.หักเงินประจำตำแหน่งของสมาชิกรัฐสภา 5% ต่อเดือน และ 4.เงินดอกผลของกองทุน

ตลอดกว่า 10 ปีนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกองทุนปี 2543-2555 พบว่าใช้เงินไปแล้วทั้งสิ้น 33,313,954 บาท (ตามรายงานสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) แบ่งเป็น ค่าสงเคราะห์ครอบครัวอดีตสมาชิกรัฐสภาที่เสียชีวิตมากที่สุด 327 คน คิดเป็นเงิน 17,400,000 บาท รองลงมาเป็นค่ารักษาพยาบาล 1,727 คน จำนวน 14,386,954 บาท กรณีทุพพลภาพ 15 คน 1,496,000 บาท และค่าพวงหรีดงานศพ 31 คน 3.1 หมื่นบาท ซึ่งล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค. 2555 มียอดเงินคงเหลือทั้งสิ้น 22,142,886.77 บาท

จากสถานะของกองทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น อาจดูเหมือนว่ายังไม่ขาดสภาพคล่องมากนัก เพราะผลการดำเนินงานยังอยู่ในแดนบวก แต่เคยมีถึง 3 ปีที่กองทุนประสบภาวะขาดทุน ได้แก่ปี 2548 ติดลบ 3,800,095.68 บาท ปี 2550 ติดลบ 2,915,626.88 บาท และปี 2553 ติดลบ 2,006,522.47 บาท

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ที่มี “ไพจิต ศรีวรขาน” สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน และคณะ สส.ประชาธิปัตย์ นำโดย “ปรีชา มุสิกุล” สส.กำแพงเพชร ได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมายเพื่อรับรองสถานะของกองทุนและสิทธิที่อดีตสมาชิกรัฐสภาควรได้รับตามเดิมมีความมั่นคงมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าการให้กองทุนทำงานภายใต้ระเบียบของรัฐสภาไม่สะดวกต่อการรับการจัดสรรงบประมาณ

ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านวุฒิสภาไปจึงได้เพิ่มแหล่งรายได้อีก 1 ช่องทาง คือ เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (มาตรา 6) นอกจากนี้ยังเพิ่มความช่วยเหลืออดีต สส.และ สว. ผ่านการจ่ายเงินกองทุนเลี้ยงชีพด้วย (มาตรา 5) โดยในส่วนเงินกองทุนเลี้ยงชีพที่จะได้นั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งมาคำนวณด้วย ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการต้องออกระเบียบเพื่อกำหนดสูตรในการจ่ายเงินส่วนนี้อีกครั้ง

ได้แต่หวังว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ช่วยให้ สส.และสว.มีความมั่นคงในช่วงบั้นปลายชีวิตจากภาษีประชาชนแล้ว จะช่วยให้การทำหน้าที่มีประสิทธิภาพอย่างมีจริยธรรมมากขึ้นต่อไป ไม่ใช่ให้สังคมเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท