
เอกชนค้านประมูลทีวีดิจิตอล
ไม่เห็นด้วยช่อง 5,9 อยู่ช่องสาธารณะกสท.กันนอมินีลั่นไม่เลื่อนประมูล
ไม่เห็นด้วยช่อง 5,9 อยู่ช่องสาธารณะกสท.กันนอมินีลั่นไม่เลื่อนประมูล
เอกชนไม่เคลียร์ประมูลทีวีดิจิตอล ด้าน กสท. เร่งเคลียร์กฎนอมินี หวั่นเปิดทางรายใหญ่ฮุบทีวีดิจิตอล 24 ช่อง
แหล่งข่าวจากวงการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ภาคเอกชนในธุรกิจโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเนื้อหารายการ และเจ้าของช่องรายการ กำลังจับตามองการทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เกี่ยวกับการออกหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล และรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทีวีดิจิตอล ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ทั้งในเรื่องของการกำหนดจำนวนช่องรายการประเภทต่างๆ และการให้ช่อง 5 และช่อง 9 เข้าไปอยู่ในกลุ่มทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ กระแสความไม่เห็นด้วยดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านไม่ให้มีการเปิดประมูลทีวีดิจิตอลตามที่เคยกำหนดไว้ตามเดิมคือในช่วงต้นปีนี้
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของผู้ประกอบการที่สามารถเข้าร่วมประมูลช่องรายการในระบบบทีวีดิจิตอลจำนวน 24 ช่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการตั้งบริษัทลูกของบริษัทใหญ่ในรูปแบบนอมินีเพื่อเข้าประมูล ซึ่งจะทำให้ช่องรายการทั้งหมดกระจุกตัวอยู่แต่ผู้ประกอบการที่มีทุนเยอะเพียงอย่างเดียว ซึ่งเรื่องนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การประมูลทีวีดิจิตอลต้องเลื่อนไปเป็นไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะกังวลว่าจะทำให้มีนอมินีของรายใหญ่เข้าร่วมประมูลแข่งกับรายเล็ก ซึ่งจะส่งผลให้การกำหนดเพดานช่องการเข้าร่วมประมูลที่ 2-3 ช่องต่อรายไม่มีความหมาย และ กสท.ไม่ต้องการให้เกิดภาวะนอมินีเข้าร่วมประมูลในลักษณะนี้ จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
สำหรับเรื่องราคาเริ่มต้นประมูล ยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปสุดท้ายเช่นกัน โดยคากว่าไม่เกินกลางเดือน มี.ค.จะได้ราคาที่ชัดเจน ที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 100300 ล้านบาทต่อช่อง
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเงื่อนไขช่องทีวีสาธารณะ 12 ช่องที่ กสท.ต้องดำเนินการให้รอบคอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นการคัดเลือกแบบบิวตีคอนเทสต์ ที่ผู้ได้รับใบอนูญาตจ่ายแต่เพียงค่าธรรรมเนียมรายปีเท่านั้น ดังนั้น การพิจารณาให้ผู้ที่มาขอต้องชัดเจนและโปร่งใสมากที่สุด
นายธวัชชัย กล่าวว่า เตรียมเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาปรับเปลี่ยนรายการกีฬาที่เคยอยู่ในหลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป โดยได้กำหนดรายการโทรทัศน์ 7 ประเภทที่ห้ามจอดำ (Must have) โดยให้ปรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล) และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ไปอยู่ในร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การแพร่เสียงแพร่ภาพรายการแข่งขันกีฬาที่สำคัญ พ.ศ..... แทน เพื่อไม่ให้เอกชนแข่งขันต้องแข่งขันราคาประมูลสูงเกินไป
ทั้งนี้ เพราะหากทั้ง 2 รายการอยู่ในหลักเกณฑ์ใหม่ จะเปิดให้ผู้ใดประมูลลิขสิทธิ์ก็ได้ แต่สามารถจัดสรรรูปแบบการออกอากาศว่าฟรีทีวีและกล่องดาวเทียมได้ จากเดิมที่กำหนดว่าต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวีเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ดด้วยว่าจะเห็นชอบในเรื่องนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม บอร์ดกสท.ยังไม่ได้พิจารณาให้กรณีของ บริษัท อาร์เอส ที่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาก่อนที่ประกาศมัสแฮฟจะบังคับใช้ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร แต่เบื้องต้นเห็นว่า ควรให้ความเป็นธรรมกับเอกชน เนื่องจากประกาศมีผลบังคับใช้ภายหลังการเซ็นสัญญา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธาน กสท. กล่าวว่า กสท. จะไม่เลื่อนกรอบเวลาการให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอลช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ออกไปจากเดือน พ.ค.นี้







