posttoday
เดินหมากดับไฟใต้เพื่อไทยรุกการเมือง

เดินหมากดับไฟใต้เพื่อไทยรุกการเมือง

21 กุมภาพันธ์ 2556

การแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ กำลังมีนโยบายใหม่ออกมาเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในแพ็กเกจ

โดย...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์

การแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ กำลังมีนโยบายใหม่ออกมาเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในแพ็กเกจ “การเมืองนำการทหาร” ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา

อาจกล่าวได้ว่า อาการแกว่งไกวจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงเริ่มต้นเข้ามาเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ทำให้ฝ่ายการเมืองที่กำกับงานความมั่นคงต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ ทั้งการรวบงานความมั่นคง ซึ่งเดิมมีรองนายกรัฐมนตรีแยกกันกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงถึง 3 คน มาไว้กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โดยตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) มี ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้อำนวยการ

นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา การแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ตกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกองทัพเป็นหลัก รัฐบาลจากการเลือกตั้งในยุคหลังไม่แสดงบทบาทการนำในการแก้ปัญหามากนัก

กระทั่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีชายแดนภาคใต้และวางแผนแม่บทงานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รวมทั้งการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางในเชิงการเมือง แต่ก็ไม่ได้เข้าไปแตะต้องแนวทางการทำงานของฝ่ายทหาร ซึ่งมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นผู้รับผิดชอบ

แต่การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ในยุคพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณจำนวนมากของหน่วยงานต่างๆ โดยขาดการตรวจสอบที่โปร่งใส ขณะที่ความรุนแรงยังเกิดขึ้นถี่ยิบ

ถึงยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งเดิมแม้ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหามากนัก การดำเนินการยังคงอยู่กับฝ่ายทหาร แต่สัญญาณแรกของรัฐบาลเพื่อไทยคือการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการ ศอ.บต. มาเป็น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ซึ่งถือว่ามีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่น มากกว่า ภาณุ อุทัยรัตน์ ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับพรรคประชาธิปัตย์

ก้าวต่อมาคือการเปลี่ยนตัวเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเดิมแม้จะโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มานั่งตำแหน่งนี้ เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แต่ถึงที่สุดก็ต้องโยกผู้ที่ใกล้ชิดอย่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตรองเลขาฯ สมช. ซึ่งถูกรัฐบาลประชาธิปัตย์ แขวนเอาไว้ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ มาเป็นเลขาฯ สมช.ตัวจริงของรัฐบาลเพื่อไทย

รัฐบาลกุมสภาพงานด้านความมั่นคงได้มากขึ้น อย่างน้อยก็วางคนของตัวเองไว้ในสองหน่วยงานหลัก ทั้ง สมช.และ ศอ.บต.ได้แล้ว

แม้การตั้ง ศปก.กปต.จะไม่แตกต่างกับคณะรัฐมนตรีชายแดนใต้ในยุคพรรคประชาธิปัตย์ และการวางตัวให้ ร.ต.อ.เฉลิม มาเป็นผู้อำนวยการ ก็ไม่ต่างกับการที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์คุมงานภาคใต้ จากการเป็นผู้มีบารมี สามารถเชื่อมประสานได้กับทุกฝ่าย

ร.ต.อ.เฉลิม อาจเสียรังวัดไปบ้างกับการเสนอแนวคิดประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เกิดเหตุรุนแรง แต่ถึงที่สุดรัฐบาลโดย สมช.ก็กอบกู้ภาพลักษณ์ขึ้นมาใหม่ได้จากการเตรียมจะยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินบางพื้นที่ และจะนำมาตรการให้ผู้หลงผิดสมัครใจมอบตัว ตามมาตรา 21 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาใช้ ซึ่งถือเป็นการเปิดเกมรุกทางการเมือง เพื่อโดดเดี่ยวแกนนำก่อความไม่สงบที่มีแนวความคิดสุดโต่ง

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ก็ลงนามแต่งตั้งนักการเมืองมุสลิมกลุ่มวาดะห์ 10 คน มาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งแม้บทบาทของที่ปรึกษาจะไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่ด้านหนึ่งกลุ่มวาดะห์ ถือว่ามีฐานสนับสนุนที่แน่นเหนียวที่สุด การดึงกลุ่มวาดะห์เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ย่อมทำให้แนวร่วมของฝ่ายรัฐนั้นขยายมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายทหารก็กดดันแนวร่วมและกองกำลังขบวนการก่อความไม่สงบต่อไป

อีกด้านหนึ่ง สมาชิกวาดะห์หลายคนก็ถูกฝ่ายต่างๆ ลากโยงเข้าไปเกี่ยวพันกับขบวนการก่อความไม่สงบ ไม่ว่าจะเป็น นัจมุดดิน อูมา ซึ่งเคยถูกตั้งข้อหากบฏ และ อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ซึ่งพี่ชายของเขาถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งรางวัลนำจับในข้อหากบฏเช่นกัน การให้บทบาทที่ปรึกษาแก่กลุ่มวาดะห์จึงเป็นการล้างภาพที่เกี่ยวพันกับขบวนการก่อความไม่สงบ

ขณะเดียวกัน กลุ่มวาดะห์ ไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดพรรคเพื่อไทยหรือพรรคมาตุภูมิ แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานการเมือง โดยเฉพาะการร่วมกับภาคประชาสังคม เดินหน้าร่วมผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแก่พื้นที่ชายแดนภาคใต้

นอกเหนือจากผลดีต่อการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้แล้ว ยังน่าจับตาว่า มาตรการสมัครใจรายงานตัวตามมาตรา 21 และบทบาทที่ปรึกษาของกลุ่มวาดะห์ทั้ง 10 คน จะเป็นการขยายฐานการเมืองของเพื่อไทย สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ หลังจากที่ต้องสูญเสียที่นั่ง สส.ชายแดนภาคใต้ไปให้กับพรรคประชาธิปัตย์แทบทั้งหมด

เหล่านี้ล้วนต้องจับตาผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย ทั้ง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. พล.อ.สุรพล เผื่อนอัยกา อดีตเลขาฯ สมช. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้กระทั่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ล่าสุดที่มีข่าวลือว่ารัฐบาลอาจทาบทามเข้ามารับตำแหน่งงานด้านความมั่นคง และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ซึ่งกลุ่มวาดะห์ส่วนหนึ่งสังกัดอยู่

สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ความรุนแรงอาจเป็นเรื่องหลักที่มองเห็นกันได้อย่างชัดเจน แต่คู่ขัดแย้งนั้น คงมีแต่กองกำลังก่อความไม่สงบกับเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่พื้นที่ปะทะซึ่งมองไม่ค่อยเห็นกันมากนัก คือพื้นที่ทางการเมืองที่ซับซ้อนกว่า จากคู่ขัดแย้งซึ่งมีอยู่หลายฝ่าย ทั้งรัฐไทย ขบวนการก่อความไม่สงบ พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น กลุ่มข้าราชการ ภาคประชาสังคม การเมืองระหว่างประเทศ และอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น ใครกุมสภาพการเมืองได้ ฝ่ายนั้นย่อมมีโอกาสได้ชัยชนะ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69