posttoday
สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปีนี้เบี้ยโต17.3%

สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปีนี้เบี้ยโต17.3%

21 กุมภาพันธ์ 2556

สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปี56ธุรกิจประกันชีวิตจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โต 17.3%

สมาคมประกันชีวิตไทยคาดปี56ธุรกิจประกันชีวิตจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โต 17.3%


นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า  สมาคมฯคาดว่าแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตไทยในปี 2556 จะยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ  17.3%  เบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 4.59 แสนล้านบาท โดยจำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ จำนวน 1.62 แสนล้านบาท อัตราเติบโต  24.2% และเบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 2.97 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต  13.9% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต  86.4%

ทั้งนี้ การเติบโตในอัตราดังกล่าวเนื่องจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ  การได้รับแรงส่งมาจากปี 2555 และได้รับปัจจัยสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและภาคธุรกิจเอง ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐประกอบด้วย  การสนับสนุนจากกระทรวงการคลังด้านภาษีโดยการอนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น  การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการให้ความเห็นชอบแบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ การสร้างความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งเกี่ยวกับฐานะการเงินของบริษัทประกันชีวิตให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วไป  เช่น  การปรับปรุงกรอบการดำเนินงานการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital)   และการเปิดเผยข้อมูลฐานะทางการเงินของบริษัท (Discloser) ซึ่งทำให้ประชาชนเชื่อถือศรัทธาต่อธุรกิจประกันชีวิตมากขึ้น 

ขณะที่ ภาคธุรกิจ เกือบทุกบริษัทต่างมีนโยบายออกแบบ/พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลายเพื่อสนองความต้องการของประชาชนและต่างทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าใจถึงประโยชน์และสนใจทำประกันชีวิตกับบริษัทตนมากขึ้น   การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายช่องทางและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2556 นี้เกือบทุกบริษัทได้มีนโยบายเพิ่มจำนวนตัวแทนในอัตราสูงและพัฒนาคุณภาพตัวแทนประกันชีวิตให้มีความเป็นเลิศเพื่อจะสามารถแข่งขันระหว่างบริษัทประกันชีวิตด้วยกันและรองรับ AEC ได้

รวมทั้ง ปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายอื่นๆที่มีหลากหลาย ให้สามารถบริการได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น   ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหนุนที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

จากการที่บริษัทต่างๆมีนโยบายเพิ่มจำนวนตัวแทนประกันชีวิตในปี 2556 เพื่อให้มีผลต่ออัตราการเติบโตของจำนวนเบี้ยประกันชีวิต สมาคมจึงคาดว่าจำนวนผู้สมัครสอบตัวแทนประกันชีวิตทั้งประเทศจะเพิ่มในอัตราสูงมาก เฉพาะที่สมัครสอบที่สมาคมประกันชีวิตไทยจะมีประมาณ 1.52 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ  10% แต่คาดว่าจะเข้าสอบจริงประมาณ 1.13 แสนคน และคาดว่าจะสอบได้ประมาณ 5.12 หมื่นคน หรือประมาณ  45% ของผู้เข้าสอบ ในขณะที่ปี 2555 ที่ผ่านมามีผู้สมัครสอบกับสมาคมประกันชีวิตไทยทั้งสิ้น 1.38 แสนคน เติบโต  7.6% เข้าสอบจริง 1 แสนคน และสอบผ่าน 4.01 หมื่นคน คิดเป็นสัดส่วน  39.9% ของผู้เข้าสอบ

นายสาระ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจประกันชีวิตไทยในปี 2555 ที่ผ่านมา เบี้ยประกันชีวิตรวมมีจำนวนเพิ่มสูงถึง 3.91 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตถึง  19.1%  เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยจำแนกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ จำนวน 1.3 แสนล้านบาท อัตราเติบโต  32.5%  และเบี้ยประกันชีวิตปีต่อไป 2.60 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต  13.4% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต  88%

ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตรับในปี 2555 ได้มาโดยผ่านช่องทางการจำหน่าย 4 รูปแบบ คือ ลำดับแรกการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต 2.24 แสนล้านบาท มีสัดส่วนมากเป็นอันดับหนึ่งกว่า  57.3% อันดับสองเป็นช่องทางการขายผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือ Bancassurance สัดส่วนการขายอยู่ที่  36.7%  มีเบี้ยประกันชีวิตรับ 1.43 แสนล้านบาท  อันดับสามเป็นช่องทางการขายผ่านการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) ซึ่ง Tele Marketing และขายผ่านไปรษณีย์ได้รวมอยู่ช่องทางจำหน่ายนี้มีสัดส่วน 3.1% เบี้ยประกันชีวิตรับ 1.21 หมื่นล้านบาท และช่องทางอื่นๆ เช่น  อินเตอร์เน็ต  ร้านค้าสะดวกซื้อ เป็นต้น อีก  3.0%  มีเบี้ยประกันชีวิต 1.15 หมื่นล้านบาท

สำหรับ การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตเติบโต  11.90%    การขายผ่านธนาคารเติบโต  34.19%    การขายผ่านการตลาดแบบตรงเติบโต  9.39%  และการขายผ่านช่องทางอื่นๆเติบโต  2.95% 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท