
ไฟฟ้าอยู่ไหน
จากกรณีที่พม่าจะปิดซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ลำเลียงก๊าซจากแหล่งดายานามายังโรงแยกก๊าซราชบุรี ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซที่ไทยเรานำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนประเทศจะหลายไปที่ 1,100 ลูกบาศก์ฟุตต่อวันนั้น
จากกรณีที่พม่าจะปิดซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ลำเลียงก๊าซจากแหล่งดายานามายังโรงแยกก๊าซราชบุรี ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซที่ไทยเรานำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนประเทศจะหลายไปที่ 1,100 ลูกบาศก์ฟุตต่อวันนั้น
น่าจะเป็นกรณีทดสอบ “ความตึงเครียด” หรือสเตรตเทสต์ ถึงความมั่นคงทางพลังงานของไทยได้เป็นอย่างดีครับ
น่าสนใจตรงที่จากเหตุการณ์นี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ออกคำแนะนำการแก้ปัญหาไว้หลายประการเพื่อรับมือกับกรณีที่ไฟฟ้าจะผลิตได้ไม่เพียงพอ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ ได้แก่ การเปลี่ยนไปผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาแทนในระยะที่ก๊าซขาดหายไป เลื่อนการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าออกไปเพื่อให้ทำงานทดแทนช่วงก๊าซจากพม่าขาดหายไป ซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว รณรงค์ร่วมปิดไฟช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. และรณรงค์ให้ปิดเครื่องปรับอากาศ
แนวทางที่ว่าทั้งหมดนี้ บอกตามตรงครับ ว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าประเทศไทยไม่มีความมั่นคงทางพลังงานเอาเสียเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ไทยทำได้เมื่อก๊าซไม่พอก็คือ การประหยัดไฟฟ้าเพิ่ม ซื้อไฟฟ้าเพิ่ม เปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา ซึ่งก็ต้องซื้อมาจากต่างประเทศเช่นกัน
ต้องเรียกว่า ยังไม่ทันทดสอบ ผลลัพธ์ที่ได้ในการแก้ปัญหาเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทยก็เข้าข่าย “ล้มเหลว” แล้วครับ เพราะว่าวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นก็ยังไม่ช่วยทำให้ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ยิ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน การรณรงค์ให้คนไทยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ยิ่งต้องบอกว่ายาก เอาแค่คำพูด ใครๆ ก็พูดได้ครับว่า จะต้องประหยัด แต่เอาเข้าจริงจะมีใครกี่คนที่ลงมือทำกันจริงๆ เห็นได้จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากขึ้นทุกปีๆ
ตอนนี้ไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติคิดเป็นทั้งหมด 70% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และในจำนวน 70% นี้เป็นการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในพม่ามากเกือบถึง 80% ทีเดียว ที่เหลือเป็นก๊าซจากอ่าวไทยและจากแหล่งอื่นๆ
ส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหรือจากเขื่อนนั้น ก็กระจายมาจากเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่ไทยก็ซื้อจากลาวนั่นแหละครับ
เห็นได้ชัดว่า ในทุกวันนี้ไฟฟ้าในประเทศไทยได้มาจากการซื้อเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่ จากทั้งพม่าและลาว ไทยจึงตกอยู่ในสถานะที่ไร้ซึ่งความมั่นคงทางด้านพลังงานอย่างสิ้นเชิง
และน่าหวาดหวั่นมากขึ้น อีก 10 ปีข้างหน้าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยกำลังจะหมด ไทยจะเจอกับวิกฤตของจริงที่ไม่ใช่สเตรตเทสต์อีกต่อไป
จะถ่านหิน จะนิวเคลียร์ หรือจะซื้อเพื่อนบ้านต่อไป เอาให้แน่ครับ แต่หากเลือกที่จะซื้อต่อไป ก็ต้องเสี่ยงกับความไร้ซึ่งความมั่นคงดังเช่นที่เราจะเจอปัญหาไฟดับอยู่นี่แหละครับ







