
ลดดอกไม่ช่วยอะไร
วันนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อพิจารณาภาวะเศรษฐกิจทั่วไปและอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่ายังเหมาะสมสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือไม่
วันนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อพิจารณาภาวะเศรษฐกิจทั่วไปและอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่ายังเหมาะสมสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือไม่
เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนมาก เพราะนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตีฆ้องร้องป่าวและส่งหนังสือกดดันผ่านไปยังประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายวีรพงษ์ รามางกูร
เรื่องดอกเบี้ยนโยบายนั้น กลายเป็นประเด็นการเมืองขึ้นมาได้ทุกรัฐบาล เพราะ รมว.คลัง ผู้ดำเนินนโยบายการคลัง ซึ่งมาจากฝ่ายการเมือง จะมองคนละมุมกับ ธปท.เสมอ ซึ่งจะต้องหารือกันด้วยเหตุและผลมากกว่าจะใช้อารมณ์คุยกัน
การตีฆ้องว่า ธปท.จะทำให้ประเทศเสียหาย เพราะไม่ลดดอกเบี้ยนั้น เป็นเรื่องที่ทำแล้วจะส่งผลดีต่อรัฐบาล เพราะจะทำให้คนลืมเรื่องการใช้ธนาคารของรัฐเข้าไปทำโครงการประชานิยมต่างๆ จนฐานะการเงินมีปัญหา ขาดสภาพคล่อง และคนแห่ถอนเงิน
นอกจากนี้ ทำให้คนลืมว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ใช้เงินงบประมาณไปมหาศาล แต่รัฐบาลขายข้าวไม่ออก ทำให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กำลังขาดสภาพคล่องไม่มีเงินมารับจำนำข้าว
เรื่องดอกเบี้ยทำให้คนลืมความเจ็บปวดของธุรกิจเอสเอ็มอีที่กำลังจะเจ๊งจากต้นทุนดัน เพราะรัฐบาลประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ ที่มีผลไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังทำให้คนลืมปัญหาชีวิตอีกหลายๆ เรื่องที่มาจากนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งมองไม่เห็นฟองสบู่ที่กำลังเกิดขึ้นจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและลามไปยังอสังหาริมทรัพย์
หาก กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยลงเพื่อลดแรงกดดันทางการเมือง ก็น่าจะทำใจไว้สักนิดว่า อาจจะไม่ได้ช่วยให้เงินไหลเข้าลดลงมากนัก หรือค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เพราะเงินในโลกนี้มีจำนวนมหาศาล และเงินไม่มีที่ไป เนื่องจากสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังมีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลพยายามบอกต่อนานาประเทศว่าเศรษฐกิจของไทยดี ต่างชาติก็ขนเงินเข้ามาลงทุน และลงทุนในภาคที่ให้กำไรดี และหอบเงินออกได้เร็วที่สุดคือในหุ้น และเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์
จากนี้ไปขอให้ระมัดระวังเศรษฐกิจฟองสบู่ จะถูกเป่าขึ้นมาอีกครั้ง เงินออมภาคครัวเรือนจะไหลออกไปเล่นหุ้น หรือใช้จ่ายเพราะดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเกินไป จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจระดับจุลภาค ตอนนี้ใครเตือนรัฐบาลคงไม่ฟัง แต่เมื่อฟองสบู่เกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลต้องรับผิดชอบ







