
สารพิษอันตราย
เกษตรกรไทยและคนไทยต้องตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อสารพิษปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์มาต่อเนื่องโดยภาครัฐไม่เคยใส่ใจ
เกษตรกรไทยและคนไทยต้องตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อสารพิษปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์มาต่อเนื่องโดยภาครัฐไม่เคยใส่ใจ
นพ.พิบูล อิสระพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ กรมควบคุมโรค เปิดข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในปี 2554 ประเทศไทยนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืชสูงถึง 20,875 ล้านบาท หรือประมาณ 520,312 ตัน เท่ากับขวดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 46 เมตร สูงเท่าตึกใบหยก 2 และเมื่อศึกษาประเมินความเสี่ยงกลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ปรากฏว่ามีสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
ผลของการตรวจเลือดเกษตรกร 74 จังหวัด จำนวน 533,524 ราย ในปี 2554 พบว่ามีสารเคมีปนเปื้อนในเลือดเกินมาตรฐาน คือ 100 ยูนิต หรือไม่ปลอดภัยถึง 173,243 ราย ส่วนประชาชนทั่วไปตรวจเลือด 99,283 ราย พบไม่ปลอดภัย 35,949 ราย
จังหวัดที่มีอัตราป่วยจากสารกำจัดศัตรูพืชมากสุด 10 อันดับแรก คือ จ.ตาก รองลงมา จันทบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน และกำแพงเพชร โดยในปี 2555 ได้ตรวจเลือดเกษตรกร 16 จังหวัด จำนวน 152,846 ราย พบไม่ปลอดภัย 46,016 ราย
คุณหมอพิบูล บอกว่า สารเคมีที่อันตรายร้ายแรงและต้องเร่งควบคุม 4 กลุ่ม ได้แก่ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น เพราะส่งผลต่อระบบประสาท โดยจะไปเกาะกับเอนไซม์ในร่างกายทำให้การทำงานผิดปกติ ในระยะสั้นมีผลต่อผิวหนังอักเสบ มึนงง เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นช้า ลำไส้บิดตัว ปวดท้อง ซึมลง หมดสติ หากโคม่าอาจเสียชีวิตได้
สำหรับผลระยะยาวจะมีผลต่อการพัฒนาการของสมอง ปอดเป็นพังผืด ความจำเสื่อม ความผิดปกติของทารก เป็นต้น







