
ขึ้นค่าแรง
นับเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมอเมริกัน สำหรับการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจากระดับ 7.25 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง สู่ระดับ 9 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ของรัฐบาลสหรัฐ
นับเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมอเมริกัน สำหรับการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจากระดับ 7.25 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง สู่ระดับ 9 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ของรัฐบาลสหรัฐ
ล่าสุดบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ แสดงความเห็นว่า นโยบายดังกล่าวจะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคมเมืองลุงแซม
สาเหตุแรก คือ การขึ้นค่าจ้างจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวอเมริกันราว 2 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่า หากประชาชนมีรายได้สูงขึ้น จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้
“คนส่วนใหญ่มักกังวลว่า การเพิ่มค่าจ้างจะยิ่งส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการปลดพนักงานมากขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทว่าผลการศึกษาที่ผ่านมากลับพบว่า การขึ้นค่าจ้างนั้นแทบไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนายจ้างเลย เนื่องจากการจ้างและปลดพนักงานแต่ละครั้งนั้นมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ” รายงานระบุ
ปัจจัยที่สอง คือ นโยบายขึ้นค่าจ้างนั้นเกี่ยวข้องกับนโยบายอื่นๆ ที่มุ่งช่วยเหลือชาวอเมริกันรายได้ต่ำ โดยเฉพาะ “การเครดิตเงินได้จากการทำงาน” ซึ่งคือเงินภาษีที่ประชาชนผู้มีรายได้ต่ำสามารถขอคืนได้
“ที่ผ่านมาผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายจ้าง ดังนั้นการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำก็จะช่วยให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์มากขึ้น”
ทั้งนี้ ผู้เขียนยังเน้นย้ำอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลเมืองลุงแซมควรปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากการขึ้นค่าจ้างครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปีแล้วในสมัยประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน







