
ฤๅ...เงินล้นโลก ต้นเหตุตลาดหุ้นบวม
ช่วงนี้ดัชนีตลาดหุ้นเมืองไทยได้ทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นเดียวกัน...ตลาดหุ้นทั่วโลกก็กำลังจะทำลายสถิติใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกใบนี้กำลังโตวันโตคืน หรือว่า? เหตุการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียง “ภาพมายา” ที่หลอกให้เราดีใจไปวันๆ ผมเองมีข้อมูลบางอย่างที่อยากจะมานำเสนอให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจพอสังเขปดังนี้ครับ
ช่วงนี้ดัชนีตลาดหุ้นเมืองไทยได้ทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นเดียวกัน...ตลาดหุ้นทั่วโลกก็กำลังจะทำลายสถิติใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกใบนี้กำลังโตวันโตคืน หรือว่า? เหตุการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียง “ภาพมายา” ที่หลอกให้เราดีใจไปวันๆ ผมเองมีข้อมูลบางอย่างที่อยากจะมานำเสนอให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจพอสังเขปดังนี้ครับ
หนึ่ง เศรษฐกิจของบรรดาประเทศมหาอำนาจเก่า...ยังไม่มีวี่แววว่าจะดี
แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่ชี้ชัดว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังจะฟื้นตัวแล้วจริงๆ แต่หุ้นจำนวนมากในตลาดหุ้นของอเมริกาก็ทำราคาใหม่ ทำลายสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนฟากฝั่งยุโรปหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดใน 23 ปีที่ผ่านมา กรีซและสเปนได้ประสบปัญหา “หนี้สาธารณะ” ครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งทำให้พี่ใหญ่อย่างเยอรมนีพลอยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไปด้วย แต่ดัชนี DAX50 ของตลาดหุ้นเยอรมนีกลับทะยานขึ้นไปอย่างมาก
ทั้งนี้ “ปัญหาหนี้สินสาธารณะก้อนมหึมา” ก็ยังไม่มีหนทางใดๆ ที่จะสามารถแก้ไขได้ภายในเร็ววันเลย
นอกจากนั้นสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยคาดว่าขนาดเศรษฐกิจได้หดตัวลง ซึ่งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงไปแล้ว 3.3% นับจากตอนเริ่มเกิดวิกฤต แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็เกิดขึ้น เมื่อพบว่าดัชนีตัวหนึ่งของตลาดหุ้นลอนดอนที่มีชื่อว่า ดัชนี FTSE250 ได้พุ่งขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจที่หดตัว โดยถีบตัวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
สอง บรรดาประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่...ก็มีปัญหาเช่นกัน
กลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ที่ชื่อว่า BRIC ซึ่งประกอบไปด้วย BBrazil, RRussia, IIndia และ CChina ก็ได้สร้างความประหลาดใจอีกด้วยเช่นกัน นั่นคือ ประเทศจีน บราซิล และอินเดีย มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง ตัวเลขการส่งออกก็ลดลง แต่ดัชนีตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นไปแล้ว 10-20% ในปีที่ผ่านมา...เพียงปีเดียวเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างปรากฏการณ์ที่ “ขัดแย้ง” กันอย่างสิ้นเชิง เพราะตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ดัชนีตลาดหุ้นทำสถิติใหม่แทบจะทุกวัน แต่เศรษฐกิจที่แท้จริงของหลายๆ ประเทศยังคงเติบโตช้า หรือบางประเทศถึงขั้น “หยุดนิ่ง” ซึ่งไม่น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเลย แต่ดัชนีตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกกลับทำ “สถิติใหม่” ได้อย่างต่อเนื่อง หรือว่าเศรษฐกิจของโลกใบนี้กำลังจะกลับมาดี??
สาม ‘เงินล้นโลก’ กำลังไหลไปไหลมาดั่ง...
น้ำทะเล
ด้วยระบบทุนนิยมของเศรษฐกิจโลกที่บรรดาธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา กลุ่มยูโรโซน และญี่ปุ่นพากันพิมพ์แบงก์ออกมาเพื่ออัดฉีดเข้าระบบ และได้ทำให้เงินทั้งโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เงินทั้งโลกจึงไหลไปไหลมาอย่างกับ “น้ำทะเล”
สิ่งที่น่ากลัวก็คือ โลกใบนี้กำลังเผชิญปัญหา “เงินล้นโลก” ทุกวันนี้ธนาคารกลางของอเมริกาหรือเฟดต้องพิมพ์เงินจำนวน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.55 ล้านล้านบาททุกเดือน เพื่อเข้าไปซื้อตราสารด้านอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาทุกเดือน จนถึงเวลานี้การซื้อตราสารอสังหาริมทรัพย์ของเฟดได้ใช้จ่ายเงินไปแล้วมากกว่า 3.01 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ(90 ล้านล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นปริมาณเงินสูงถึง3 เท่าของจำนวนเงินที่ใช้ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551
ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางของอีกหลายประเทศก็ทำในลักษณะเดียวกันนั่นคือ “ลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุด” ในเดือน ก.ค.ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ลดอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์
นอกจากนั้นยังพิมพ์เงินออกมาจำนวนมหาศาล และนำไปซื้อพันธบัตรของบรรดาประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่มีปัญหา ในปีที่แล้ว 2555 พบว่าจำนวนเงินที่พิมพ์ออกมาเพื่อซื้อพันธบัตรดังกล่าวสูงถึง 14 ล้านล้านยูโร (560 ล้านล้านบาท) และยังพบว่ามันเพิ่มขึ้นเกือบเป็น 3 เท่าของปริมาณเงินที่ใช้ เปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้
สี่ ฤา ‘เงินล้นโลก’ กำลังปิดทับ ‘อาการยังไม่ฟื้น’ ของเศรษฐกิจโลก
จุดประสงค์หลักของการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำๆ และพิมพ์เงินออกมาจำนวนมหาศาล ก็เพื่อที่จะลดอัตราคนว่างงานให้ต่ำลงมาให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะไปลดอัตราคนว่างงานได้บ้าง แต่เงินจำนวนมหาศาลได้ก่อให้เกิดผลตามมาอีกข้อหนึ่งคือ เกิด “การเก็งกำไร” ในตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่ารวมทั้งประเทศไทยด้วย
นอกจากนั้นปริมาณเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าว แทนที่จะไหลไปยังปัจจัยต่างๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า เพื่อที่จะได้ผลิตสินค้าออกมามากขึ้น และทำให้คนในประเทศมีงานทำมากขึ้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตาลปัตรไปหมด เพราะเงินจำนวนมหาศาลไม่ได้ไหลไป “ภาคการผลิตสินค้า” อย่างที่คิด แต่เงินส่วนใหญ่กลับไหลไปยัง “การเก็งกำไร” ทั่วโลก นับจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์
หากกลับไปมองตลาดหุ้นไทยพบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 1,391.93 จุด คิดเป็นเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 +336.60 จุด หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มสูงถึงเกือบ +36% นอกจากนั้นยังพบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นสูงสุดไปติด “อันดับที่ 8” ของตลาดหุ้นทั่วโลกในปีที่ผ่านมา
ในเวลานี้ดัชนีตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกกำลังทำสถิติใหม่ หรือว่านี่คือ “โรคติดต่อ” ของอาการเศรษฐกิจที่มีปัญหา เพียงแต่ปัญหาต่างๆ ยังไม่แสดงอาการออกมา เพราะจำนวนเงินมหาศาลที่ “ปิดทับ” มันอยู่
ฤา ภาวะ “เงินล้นโลก” จะทำให้โลกนี้ทั้งใบ “สดใสได้ตลอดไป”
วันนี้หลายๆ คนยังคง “ตื่นเต้น” กับสถิติใหม่อยู่
วันนี้หลายๆ คนกำลังคิดจะ “รีบซื้อหุ้น”
วันนี้หลายๆ คนกำลังกลัวที่จะ “ตกรถ”
ก็คงได้แต่บอกว่า...ขอให้ “มีสติ” และ“คิดให้รอบคอบ” นะครับ







