
ศอ.รส.หวั่นแดงปะทะชาวกทม.จัด203กองร้อยรับมือ
โฆษกศอ.รส.เผยที่ประชุมหวั่นเสื้อแดงปะทะชาวกรุงเทพฯ จัดกำลังทหาร-ตำรวจ203กองร้อยรับมือชุมนุมใหญ่3เม.ย. เผยการข่าวแจ้งเตือนระวังขบวนจักรยานยนต์ป่วนเมือง
โฆษกศอ.รส.เผยที่ประชุมหวั่นเสื้อแดงปะทะชาวกรุงเทพฯ จัดกำลังทหาร-ตำรวจ203กองร้อยรับมือชุมนุมใหญ่3เม.ย. เผยการข่าวแจ้งเตือนระวังขบวนจักรยานยนต์ป่วนเมือง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลประชุมศอ.รส.รอบค่ำว่า ศอ.รส.ประเมินว่าในวันที่ 3 เม.ย.นี้จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมราว 65,000 คน โดยจำนวนจะไม่มากกว่าการชุมนุมครั้งก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัดด้วยรถบัส
ทั้งนี้มีรายงานว่าการชุมนุมจะมีการเคลื่อนย้ายมวลชนโดยใช้วิธีระดมจักรยานยนต์นับพันคันเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆในพื้นที่ กทม. อยู่แต่ในชุมชนและไม่ควรออกมานอกพื้นที่ชุมชน เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดการกระทบกระทั่งและนำไปสู่ความรุนแรงได้
ขณะเดียวกัน ศอ.รส.ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ จำนวน 203 กองร้อย เข้าดูแลพื้นที่ กทม. เพื่อรับมือการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง รวมทั้งจำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 76 กองร้อย
ด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ศอ.รส. รู้สึกกังวลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งบรรยากาศในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ก่อนกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนมาถึง ที่เสื้อชมพูชุมุนุมอยู่ ได้เกิดการยั่วยุกัน จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมไม่อยากให้พัฒนาการโกรธแค้นเป็นการส่วนตัว หากไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิแสดงออกความคิดเห็นได้ทุกกรณี แต่อย่าได้พัฒนาไปสู่ความโกรธแค้น
ทั้งนี้หากผู้ชุมนุมไม่มีการเคลื่อนที่ก็จะดูแลความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ถ้าเคลื่อนไปที่ต่างๆ จะสร้างความยากลำบากเจ้าที่หน้าที่ในการดูแล การจัดวางกำลังจะเกินขีดความสามารถ จึงขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมอย่าได้ดาวกระจายเคลื่อนตัวออกไป
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ได้แสดงความเป็นห่วงการชุมนุมในวันที่ 3 เม.ย. และกำชับให้ดูแลการชุมนุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยในกทม.ออกมาแสดงตัวมากขึ้น แต่ขณะนี้ที่ประชุมยังไม่ได้มีการพูดถึงการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ อย่างไรก็ตามอำนาจในการประกาศมีตามกฎหมายอยู่แล้ว
ทั้งนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเพื่อดูแลพื้นที่กทม.เป็น 76 กองร้อย จากเดิม 43 กองร้อย และได้แบ่งเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งจำนวน 15 กองร้อยให้เข้าไปดูแลความปลอดภัยที่หัวหิน ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง







