
นักวิชาการวิพากษ์ 2 พรรคใหญ่ชูแก้รถติดเหลวทั้งคู่
ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จาก 2 พรรคใหญ่ งัดมาตรการแก้ปัญหาจราจรออกมาประชันชวนคนกรุงฝันหวาน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จาก 2 พรรคใหญ่ งัดมาตรการแก้ปัญหาจราจรออกมาประชันชวนคนกรุงฝันหวาน ทว่านักวิชาการกลับมองว่าแต่ละมาตรการยังไม่เข้าใกล้ความเป็นจริง
ศักดิ์สิทธิ์ เฉลิมพงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งมวลชน ระบุว่า ทั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เสนอนโยบายที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง ทั้งคู่ให้น้ำหนักกับฮาร์ดแวร์คือการสร้างเพียงอย่างเดียว
นั่นเพราะทำง่าย จับต้องได้ และอาจมีเม็ดเงินมาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะต้องพัฒนาเป็นลำดับขั้น ไม่ใช่อยากจะให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีก็คิดจะสร้างรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินในพื้นที่นั้นๆ ทันที ซึ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ที่ถูกต้องคือพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้ความหนาแน่นของประชากรเป็นหลัก
ช่วงแรกที่เมืองเริ่มพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมที่สุดคือรถเมล์ และเมื่อรถเมล์มีคนใช้มากขึ้น เมืองเริ่มโตขึ้นก็อาจยกระดับเป็นรถเมล์ยาวหรือบีอาร์ที เมื่อบีอาร์ทีไม่สามารถรับบริการได้เพียงพอจึงค่อยตัดสินใจสร้างระบบรางขนาดใหญ่
“เห็นด้วยหากจะสร้างระบบรางในบางพื้นที่ที่มีหนาแน่นแล้ว แต่ในบางพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนากลับมีการเสนอระบบรางโมโนเรลขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง” ศักดิ์สิทธิ์ ระบุ
นักวิชาการรายนี้ ยอมรับว่า การแก้ปัญหาจราจรและระบบขนส่งมวลชนให้ได้ผลจริงจังส่วนใหญ่อยู่นอกเหนืออำนาจผู้ว่าฯ กทม. แต่ในบางแนวทาง กทม.ก็มีอำนาจเอง ทว่าผู้สมัครกลับเพิกเฉย ไม่พูดถึงหรือให้น้ำหนัก อาทิ การจัดระเบียบทางเท้า และการแก้ปัญหาการจอดรถในเขตเมือง
“เรายังเห็นที่จอดรถฟรีอยู่บนถนนกลางเมืองมากมาย ทั้งถนนพญาไท ถนนสีลม ถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่ปล่อยให้จอดได้ ทั้งที่เส้นทางเหล่านี้ประสบปัญหาวิกฤตจราจรอยู่แล้ว
กทม.มีอำนาจกำหนดว่าที่ไหนจะให้จอดไม่ให้จอด แต่กลับไม่บังคับใช้กฎหมาย ที่สำคัญไม่มีผู้สมัครรายใดพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนโยบายของผู้สมัครรายใดก็ไม่น่าจะแก้ปัญหาได้อย่างมีนัยสำคัญ” นักวิชาการ ย้ำ
ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เห็นว่า นโยบายด้านการจราจรของทั้งสองผู้สมัครมีความใกล้เคียงกันมาก แต่มุมวิชาการแล้วจะพบว่านโยบาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีรูปธรรมมากกว่า เพราะมีข้อมูลชัดเจน มีการให้ตัวเลขรายละเอียดกำกับ และมีกำหนดเส้นทางโครงการที่แน่นอน ทำให้นักวิชาการติดตามได้ว่าหากได้รับเลือกตั้งจริง จะทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่
“ส่วน พล.ต.อ.พงศพัศ พบว่า มีหลายนโยบายที่อยู่นอกอำนาจผู้ว่าฯ กทม. แม้จะใช้ยุทธศาสตร์ไร้รอยต่อก็คงฟังไม่ขึ้นว่าจะสามารถกระทำได้” ธวัชชัย ระบุ
ขณะที่ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า อยากให้ทุกคนปรับทัศนคติโดยมองว่าผู้ว่าฯ กทม.เป็นแม่บ้าน กล่าวคือ แม่อยู่ในบ้านทำอะไร นั่นคือหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม.ที่ต้องทำ ทั้งทำอาหาร เก็บกวาด ดูแลความปลอดภัย ควบคุมเงินทอง
ห้ามพูดเด็ดขาดว่า แม่บ้านทำหน้าที่ได้เฉพาะในบ้านขณะที่งานนอกบ้านไม่ใช่หน้าที่ นั่นเพราะหากแม่บ้านทะเลาะกับเพื่อนบ้าน บ้านก็อยู่ลำบาก หากแม่บ้านคุยกับเพื่อนบ้านให้ช่วยกันเก็บขยะ บ้านก็อยู่สบายขึ้น







