posttoday
หนุนรายย่อยลงทุนตปท.

หนุนรายย่อยลงทุนตปท.

18 กุมภาพันธ์ 2556

ธปท.เปิดทางให้รายย่อยและเอสเอ็มอีลงทุนต่างประเทศได้โดยตรง ชงคลัง ก.พ.นี้

ธปท.เปิดทางให้รายย่อยและเอสเอ็มอีลงทุนต่างประเทศได้โดยตรง ชงคลัง ก.พ.นี้

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศการผ่อนคลายกฎเกณฑ์เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม 3 เรื่อง คือ 1.การประกาศให้นักลงทุนรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถออกไปลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ต่างประเทศได้โดยไม่จำกัดจำนวน โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือตัวแทน และไม่ต้องขออนุญาต ธปท.เป็นรายกรณี จากเดิมกำหนดให้ออกไปได้ในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

2.อนุญาตให้ผู้ที่มีภาระต้องชำระเงินตราต่างประเทศในอนาคต สามารถซื้อเงินตราต่างประเทศเก็บสะสมไว้ในบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศในประเทศไทย (เอฟซีดี) ได้ตามภาระจริงที่จะต้องชำระ และ 3.เพิ่มวงเงินการโอนเงินไปต่างประเทศต่อครั้ง จากเดิมกำหนดให้โอนได้ครั้งละไม่เกิน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็นให้โอนได้ตามความจำเป็นของผู้นำเงินออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ฝ่ายตลาดการเงิน ธปท. เตรียมจะเสนอต่อกระทรวงการคลังให้พิจารณาอนุมัติภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ เพื่อช่วยให้การนำเงินออกไปลงทุนนอกประเทศ ทั้งเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์การขยายกิจการในต่างประเทศของเอสเอ็มอีไทยทำได้ง่ายขึ้น รวมถึงให้การซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศของบุคคลธรรมดา และผู้ส่งออกสะดวกมากขึ้น

เช่น ผู้ที่มีภาระจะใช้เงินตราต่างประเทศก็สามารถซื้อเงินมาสะสมเงินเหรียญสหรัฐเข้าเก็บในบัญชีเอฟซีดีได้ไว้ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นต้น มาตรการเหล่านี้น่าจะช่วยลดผลกระทบเงินทุนไหลเข้าได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำเงินออกนอกประเทศของธปท.ข้างต้น ถือเป็นการทำรอบที่ 3 ตามแผนการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกของธปท.ที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 2554 และ 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการรอบที่ นี้ เป็นการผ่อนคลายในส่วนของวงเงินโอนที่เดิมจำกัดจำนวน การนำเงินทุนออกนอกประเทศของบริษัทคนไทยด้วยการโอนเงิน การส่งเงินไปลงทุนได้โดยไม่จำกัดนี้ ธปท.ไม่มีอำนาจในการอนุมัติ เพราะส่วนนี้เป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง

ด้านนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า แนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติในช่วงเดือน ก.พ.ปีนี้ยังเป็นทิศทางการไหลเข้าอยู่ แต่การไหลเข้าไม่ได้ร้อนแรงหรือเข้ามาอย่างรวดเร็วเท่ากับเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ ธปท.ยังคงติดตามดูแลการไหลเข้าออกของเงินอย่างใกล้ชิด แต่คงไม่มีมาตรการออกมาควบคุมเงินทุนในช่วงนี้ เพราะไม่น่าจะใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ก็ได้มีการศึกษาแนวทางและเตรียมมาตรการไว้ในหลายระดับ เพื่อความเหมาะสมในการใช้หากจำเป็น

ก่อนหน้านี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าและดูแลค่าเงินบาทมี 4 ระดับ คือ 1.ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ค่าเงินแข็งขึ้นเร็ว จะได้หยุดได้เร็ว เพราะยิ่งถ้าเราไปยั้งไว้การเก็งกำไรจะมากขึ้น และกว่าเงินจะหยุดต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่กรณีนี้จะกระทบผู้ส่งออก 2.การแทรกแซงค่าเงิน เพื่อลดการแข็งค่าและลดผลกระทบ แต่คงทำได้ไม่มากนัก เพราะมีผลให้งบดุลธปท.ขาดทุนเพิ่มขึ้น 3.การสร้างทางระบายออกหรือผลักดันเงินทุนไหลออกไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลของเงินเข้าออก

และ 4.การจำกัดการไหลเข้าของเงินทุน แบ่งเป็นมาตรการเบาไปหาหนัก เช่น ขอให้รายงานธุรกรรมการเข้าและออกของเงินทุน ขอให้มีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการลงทุน จำนวน และการลงทุนว่าจะลงทุนระยะสั้นหรือยาวอย่างไร การกำหนดให้เงินที่เข้ามาอยู่ในประเทศตามระยะเวลากำหนด เช่น 1 ปี ก่อนค่อยให้นำออกได้ มาตรการสำรองเงินทุนนำเข้าระยะสั้นเช่นที่เคยทำในปี 2549 ที่ให้สำรอง 30% หรือมาตรการเก็บภาษีจากเงินทุนไหลเข้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท