posttoday
'อย่าเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน'

'อย่าเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน'

17 กุมภาพันธ์ 2556

ไม่ว่าจะเริ่มสักกี่ศักราชใหม่ แต่ประเทศไทยยังพายเรือวนอยู่ในอ่างความขัดแย้งไม่จบสิ้น

ไม่ว่าจะเริ่มสักกี่ศักราชใหม่ แต่ประเทศไทยยังพายเรือวนอยู่ในอ่างความขัดแย้งไม่จบสิ้น

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

ไม่ว่าจะเริ่มสักกี่ศักราชใหม่ แต่ประเทศไทยยังพายเรือวนอยู่ในอ่างความขัดแย้งไม่จบสิ้น วิกฤตการเมืองอันมีบ่อเกิดจากรัฐประหารกันยาฯ 49 ลากดึงหลายองค์กรเข้ามาพัวพัน แม้แต่สถาบันตุลาการที่ขึ้นชื่อว่าอิสระ เที่ยงตรงเป็นกลาง ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย

“ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองไทยผ่านมาถึงจุดนี้ มันไม่มียุคใดสมัยใดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ เผลอๆ มองย้อนไปสมัยกรุงแตก 2 ครั้งยังร้ายแรงน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ”ทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเริ่มต้นสนทนากับ “โพสต์ทูเดย์” อย่างออกรส

“มันแตกแยกตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 มาจนถึงปัจจุบัน ผมเห็น 14 ตุลาฯ 6 ตุลาฯ พฤษภาทมิฬ ความวุ่นวายมันเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์มันยุติ อดีตที่ผ่านมาเมื่อเกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร สังเกตดูว่าบ้านเมืองจะชะงักพักหนึ่งแล้วเดินหน้าต่อไปได้ แต่ปี 2549 ทำแล้วมันไม่ยุติ ไม่สะเด็ดน้ำ แล้วดันไปรื้อขยะใต้พรมขึ้นมาทั้งหมด”

หลังปี 2549 เป็นต้นมา เกิดคดีความทางอาญาหลายคดีอันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะคดีก่อการร้ายและสลายการชุมนุม ซึ่งเข้ามาเกี่ยวพันกับ“ศาลอาญา” ที่ต้องตัดสินคดีความ ทวียอมรับว่า ถูกแรงกดดันทั้งสองทาง เนื่องจากตัวจำเลยไม่ว่าจะเป็น อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ หรือ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ถูกสังคมจับจ้องมาก ขณะเดียวกันหากเป็นแกนนำเสื้อแดงก็มีมวลชนจับตาไม่น้อย ทั้งยังเกิดภาวะเปรียบเทียบการดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อเหลืองด้วยจึงต้องพิจารณาลักษณะคดี ข้อหา และตัวจำเลยอย่างรอบคอบ

'อย่าเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน'

 

“สำคัญคือเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่พนักงานสอบสวนไล่ขึ้นมาถึงพนักงานอัยการ ต้องรีบจัดการนำคดีเข้าสู่ศาลให้หมดโดยเร็วจะดีที่สุด เพราะการส่งฟ้องศาลล่าช้า เช่น คดีเสื้อเหลืองยึดสนามบินบ้าง ยึดทำเนียบฯ บ้าง กลุ่มเสื้อแดงวิจารณ์ว่ามันช้ามาก ทั้งที่เกิดเหตุการณ์ก่อนเขาตั้ง 2-3 ปี แต่คดียังไม่ได้นำมาสู่ศาล นี่เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหา”

เขาอัพเดตความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้ทางอัยการทยอยฟ้องจำเลยกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามาหมดทุกคนแล้วในคดียึดทำเนียบฯ รวมถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมืองและสนธิลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มด้วย สาเหตุที่ล่าช้าเพราะมีจำเลยร้อยกว่าคน คาดว่าการพิจารณาคดีในส่วนจำเลยจะใช้วิธีการเดียวกันกับกลุ่มคนเสื้อแดง คือ ผูกรวมคดี 10-20 สำนวนเข้าด้วยกัน นัดพิจารณาทีเดียวจะทำให้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อหาของกลุ่มเสื้อเหลืองที่ฟ้องเข้ามานั้นไม่ใช่ข้อหาก่อการร้าย แต่ฟ้องในข้อหาปลุกระดม ชุมนุม ผิดกฎหมายอาญาในหมวดความมั่นคงแห่งรัฐ ซึ่งฝ่ายคนเสื้อแดงที่ผ่านมาถูกวางข้อหานี้เช่นกัน รวมถึงข้อหาก่อการร้ายด้วย ดังนั้นลักษณะตามข้อหาของฝ่ายเสื้อแดงจะหนักกว่า

กังวลจะเกิดความไม่พอใจหรือไม่ หากโทษฝ่ายเสื้อเหลืองเบากว่าเสื้อแดง? ทวี บอกไม่อ้อมค้อม

“ตามที่ฟ้องมาเป็นคดียึดทำเนียบฯ ข้อหาเบากว่าการก่อการร้ายของกลุ่มเสื้อแดงมีโทษหนัก ทางฝ่ายเสื้อเหลืองข้อหาก่อการร้ายยังไม่มี จึงซอฟต์กว่ามาก เพราะพนักงานอัยการส่งเรื่องมาแบบนี้ ท่านคงมีเหตุผลจากที่พนักงานสอบสวนได้สวบสวนและตั้งข้อหามา เมื่อพิจารณาตัดสินคดีศาลจะอธิบายได้ว่าทำไมลงโทษน้อย ซึ่งต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ”

แม้เผชิญหน้ากับแรงกดดันขนาดไหน แต่ทวี ระบุว่าศาลอาญาโชคดีที่เป็นศาลใหญ่ ผู้พิพากษามีประสบการณ์ ผ่านงานหัวหน้าศาล ผู้พิพากษามาแล้วไม่ต่ำกว่า 67 ปี โดยทางฝ่ายผู้บริหารอย่างเขาหรือรองอธิบดีศาลอาญาจะช่วยแนะนำ ตรวจสอบ และให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วกระชับมากขึ้น

“แต่คดีเหล่านี้มันไม่จบในมือผมแน่นอน จนกว่าจะถึงการทำคำวินิจฉัยยังต้องใช้เวลาอีกนาน ต้องเปลี่ยนองค์คณะหลายชุดกว่าจะถึงจุดตัดสิน อย่างเอกสิทธิ์ สส.ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมไม่ให้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งฝ่ายแกนนำเสื้อแดง อภิสิทธิ์ สุเทพ หากถูกฟ้องมาในขณะที่ยังเป็น สส. พอเปิดสมัยประชุมมันก็เรียกไม่ได้ กว่าจะถึงจุดที่ต้องตัดสินคดี ผมคงจะย้ายไปที่อื่น แต่ผู้พิพากษาไม่ว่าใครจะเข้ามาทำงานแทน มั่นใจว่าคงใช้หลักเดียวกัน”

คลุกคลีกับคดีนักโทษทางการเมืองเป็นเวลานาน เมื่อให้วิเคราะห์ถึงหนทาง “นิรโทษกรรม” นักโทษการเมืองทุกสีเสื้อที่กำลังแตกเป็นทางหลายแพร่งอยู่ในขณะนี้ เจ้าตัวย้ำชัดว่า การปกครองด้วยระบบรัฐสภา การออกกฎหมายผ่านสภาชอบธรรมที่สุด ร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่เกินไป แก้ไขยากกว่ากฎหมายธรรมดา ในส่วนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)ที่ฝ่ายเสื้อแดงเสนอให้ออก ก็เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา184 เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฉะนั้นควรจะนำเสนอเป็นร่างพ.ร.บ.เท่านั้น

“ในชั้นออก พ.ร.ก.รัฐบาลสามารถออกได้โดยอิสระไม่ต้องไปขอความเห็นใคร แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบขั้นตอนนี้ เพราะเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะเดียวกันหากส่ง พ.ร.ก.ให้สภารับรองว่าเร่งด่วนหรือไม่จะตอบได้ยาก เพราะหากเร่งด่วนมันต้องทำมาตั้งนานแล้ว นี่ผ่านมาตั้งหลายปีไม่เห็นทำอะไรเลย จะอ้างว่าเร่งด่วนก็ลำบาก”

ทวี ยังชี้อุปสรรคการนิโทษกรรมเวลานี้ว่า แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จะเลือกใช้กฎหมายใดในการนิรโทษ หากอยู่ที่แต่ละฝ่ายยังไม่มีความจริงใจในการนิรโทษกรรมนักโทษการเมือง ยังคงยึดผลประโยชน์ที่ขัดกันไปมา คำนึงถึงอนาคตพรรคการเมืองตัวเองเป็นหลัก ดังนั้นเขาเห็นว่าผู้เล่นในสนามเวลานี้ต้องใช้วิธีคล้ายมาตรการของศาล ในเมื่อตกลงกันในศาลไม่ได้ ก็ต้องใช้หลักการไกล่เกลี่ยไปเจรจากันนอกศาล ! เพื่อให้ได้ข้อยุติ

“จะให้ยุติมันไม่ง่าย เพราะแต่ละฝ่ายคิดถึงแต่ข้างตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร พอข้างนี้เสนอ อีกข้างก็พยายามค้านต่างๆ นานา แต่ไม่เคยหาจุดยุติร่วมกัน ดังนั้นทั้งสองขั้วอำนาจระดับบนไปเจรจากันให้ได้ข้อยุติก่อน เสร็จแล้วถ้าทุกฝ่ายพอใจ ก็อาจจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม”

ถามย้ำไปว่า การนิรโทษต้องเริ่มที่ผู้มีอำนาจระดับบนเจรจากันก่อน? ทวี บอกว่า “ถ้าคน 2 กลุ่ม 2 คน มาตกลงในประเด็นกันได้ จะทำให้ปัญหาที่ไม่เห็นพ้องลดลงไปเรื่อยๆ แต่บางกลุ่มต้องยอมรับว่าเขามีมวลชนสนับสนุน จึงอาจทำได้ลำบาก ผมเชื่อว่าแม้มวลชนจะสนับสนุน แต่ถ้าหัวขบวนเห็นด้วย สุดท้ายแล้วเขาจะอธิบายให้มวลชนกลุ่มที่สนับสนุนเห็นได้ว่ามันจำเป็น”

ฝ่ายเสื้อเเดงยืนยันว่า มวลชนยึดอุดมการณ์ก้าวข้ามแกนนำ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้ว? ทวี เห็นแย้งว่า “มวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของแกนนำนั้นมันมีแน่นอนที่บางกลุ่ม บางพวก กลุ่มย่อยๆ จะไม่เห็นด้วย เพราะโลกมันเปลี่ยนไปเยอะ การติดต่อสื่อสารรวดเร็วมากขึ้น ทำให้เข้าใจปัญหาต่างๆ มากขึ้น จนการจะทำให้ทุกคนในกลุ่มเห็นชอบกับฝ่ายผู้นำความคิดนั้นเป็นเรื่องยาก

...แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าแกนนำทั้งสองฝ่ายเจรจากัน ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องฟังผู้นำกลุ่มมากกว่า เป็นไปได้ว่าถ้าผู้นำกลุ่มหรือเสียงข้างมากในกลุ่มเห็นอย่างนี้แล้ว โอกาสที่กลุ่มย่อยๆ จะออกมาตีรวนนั้นยาก เว้นแต่ว่าผู้นำกลุ่มตอนแรกบอกเห็นด้วย พอมีคนตีรวนอาจจะทำแบบประเภทที่ว่ากลับลำ ไม่ยอม หรือว่าเล่นละครสองหน้า เราก็ไม่รู้ไง แต่ลึกๆ เชื่อว่าถ้าหัวขบวนความคิดของแต่ละกลุ่มเขาคุยกันได้ ยอมกันได้ อย่างน้อยมันจะช่วยให้บ้านเมืองผ่อนคลายได้แน่นอน”

มวลชนบางกลุ่มมีพลังต่อรองแต่ไม่มากพอ ? ทวี ตอบทันที “ใช่ ผมเชื่ออย่างนั้น ไม่น่าจะมีพลังมากมายใหญ่โต ต้องยอมรับว่าปัญหาที่มีพลังใหญ่โตทุกวันนี้ เพราะแกนนำความคิดอาจเข้าไปจัดการแฮนเดิลนำกลุ่มเล็กๆ ขึ้นมา เว้นแต่ที่ผมบอกว่าหัวขบวนเปลี่ยนใจกลับคำหรือว่าเล่นละคร 2 หน้าอีกหน้าหนึ่งหนุน อีกหน้าหนึ่งก็ให้ประท้วงต่อ

...ถ้าเจรจากันในที่สุด เชื่อว่าส่วนใหญ่มันน่าจะลงเอยกันได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันผ่านมาตั้งแต่ปี 2549ถึงปัจจุบันมันยังไม่เริ่มนับหนึ่งเลย หากยังเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน พอมีข้อพิพาทกันก็ยึดประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะอ้างเหตุผลอะไรขึ้นมา แต่จริงๆ ลึกๆ แล้วพอสาวต่อไป มีบางอย่างที่แฝงเอาไว้โดยไม่เปิดเผย ทำให้ไม่ยอมตกลงร่วมกันได้ ฉะนั้นเมื่อไม่ตกลงคดีความก็เดินไปเรื่อยๆ และผมเชื่อว่าต่อไปจะหนักกว่านี้อีก เพราะว่าเขาถือว่าแต่ละข้างพอฝ่ายไหนสูญเสีย ฝ่ายไหนมีบทบาท โอกาสที่จะทำให้สถานการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นก็มีสูง”

“หนักกว่านี้” หมายถึงอะไร? “คือ อาจจะมีเหตุการณ์กระชับพื้นที่ เคลียร์พื้นที่ สลายม็อบ มีคนตายเป็นร้อยเกิดขึ้นอีกก็ได้ ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์บ้านเมือง 34 ปีที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีคนตายเยอะขนาดนี้ และผมก็เชื่อว่ามันไม่น่าเป็นครั้งสุดท้ายด้วย”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท