
จิรายุ อัดปชป.แกล้งมึนปูดย้ายทะเบียนบ้าน
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กางปฏิทิน จับผิด ปชป. แกล้งมึน ปูด ย้ายทะเบียนบ้านเข้า กทม. ช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ชี้ย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 90 วันย่อมไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กางปฏิทิน จับผิด ปชป. แกล้งมึน ปูด ย้ายทะเบียนบ้านเข้า กทม. ช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ ชี้ย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 90 วันย่อมไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ สส.สก.สข. หาเสียงโดยในรูปแบบนำเสนอนโยบายว่าจะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพในทางที่ดีขึ้นอย่างไร ทั้งคุณภาพชีวิต การจราจรและสวัสดิการสังคม และการเดินหน้าทำกรุงเทพไปในทางที่ดีขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมให้กับ กทม. ดังนั้นขอให้คู่แข่งบางหยุดสาดโคลนใส่กันตลอดเวลา อย่างโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้นรับผิดชอบโดยตรง แต่ก็ยังพยายามโยงทุกวันให้พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยเกี่ยวจนได้ ไม่อยากคิดว่าจะเป็นการโยงเพื่อหวังผลต่อการเลือกตั้ง แต่อยากจะบอกว่าคนกรุงฯเขาเบื่อแล้วเขาอยากฟังว่าจะทำอะไรประโยชน์อะไรมากกว่า น่าจะใช้โอกาสนี้บอกประชาชนคนกรุงดีกว่าว่าบริหาร กทม.มาทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ เมื่อ 11 ม.ค.52 มีตั้ง 30 ข้อ อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยได้จัดอาสาสมัครคอยสอดส่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงการทำลายป้ายหาเสียงอย่างเต็มที่
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาปูดเรื่องการย้ายคนเข้ามาในทะเบียนบ้านใน กทม. ขณะนี้นั้น ตนไม่ทราบว่าคนพูดตั้งใจกุข่าวหรือแกล้งมึน เพราะการย้ายทะเบียนบ้านเป็นสิทธิของประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่าต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 3 เดือนหรือ 90 วันถึงจะมีสิทธิในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในจังหวัดนั้นๆ หากย้ายกันจริงในวันนี้ เดือนนี้ ก็ไม่ครบ 90 วัน ก็ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อยู่ดี แต่หากย้ายก่อนหน้านี้ 3 เดือนก็หมายความว่าต้องย้ายในช่วงเดือนพ.ย. ปี 55 ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.คนก่อนก็ชื่อม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร และคุมผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต คุมทะเบียนราษฎรในกทม.อยู่ใช่หรือไม่ ทำไมไม่ออกมาโวยวายตอนนั้น อย่างนี้น่าจะไปถามอดีตผู้ว่ากทม.สุขุมพันธ์จะรู้มากกว่าว่าย้ายคนมามากจริงหรือไม่” นายจิรายุ กล่าว
“นายสุเทพ ไปปราศรัยที่วงเวียนใหญ่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.บอกว่าหากเลือกผู้สมัคร หมายเลข 9 จากพรรคเพื่อไทย จะเป็นเหมือนการปล้นทางการเมือง การปราศรัยเช่นนี้ กกต. กทม. น่าจะนำไปพิจารณา ว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ และตนคิดว่าคำว่าปล้นทางการเมืองนั้นต้องใช้ในลักษณะที่แพ้เลือกตั้ง มีเสียงในสภาน้อยกว่าครึ่งแต่ไปชักชวนสมาชิกพรรคคนอื่นไปตั้งรัฐบาลกันในค่ายทหาร มาเป็นรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีแบบพรรคตัวเองไม่ต้องชนะเลือกตั้ง อย่างนี้น่าจะใช้คำว่าปล้นทางการเมืองมากกว่า” นายจิรายุ กล่าว







