
นายกฯห่วงภัยแล้งสั่งเร่งรับมือ
ยิ่งลักษณ์ เป็นห่วงปัญหาภัยแล้ง ไม่อยากให้เกิดปัญหาทุกปี วางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบในโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน เผย ปัญหาหมอกควัน ดีขึ้น สั่งคุมเข้มเผาป่า
ยิ่งลักษณ์ เป็นห่วงปัญหาภัยแล้ง ไม่อยากให้เกิดปัญหาทุกปี วางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบในโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน เผย ปัญหาหมอกควัน ดีขึ้น สั่งคุมเข้มเผาป่า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" ว่า รัฐบาลเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้งอย่างมาก รัฐบาลมีความเป็นห่วงปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า และได้ทบทวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา เพราะไม่ต้องการเห็นปัญหาภัยแล้งซ้ำซากซ้ำเติมประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 29 จังหวัด
นายกฯ กล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลต้องการเห็นน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรจะต้องพิจารณาตามพื้นที่ อาจจะมีการแนะนำให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือ แนะนำอาชีพอื่นทดแทน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวจะต้องมองอย่างเป็นระบบ และนำปัญหาพื้นที่แล้งซ้ำซากมาเป็นข้อมูล ในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบ ซิงเกิล คอมมาน ซึ่งงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ในโครงการจัดการน้ำ ก็จะต้องดูทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงปัญหาหมอกควัน จากไฟป่าและการเผาไร่นา หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะในภาคเหนือ ว่า มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวัง 80 วันอันตราย หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อป้องกันปัญหา และต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ เห็นได้จากการลงพื้นที่ภาคเหนือ พบว่าสถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลได้เน้นการป้องกันการเผา และหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมการเกษตร ปรับปรุงพัฒนาดิน เช่น การไถ่กลบ ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
จากนั้นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรฯ ร่วมชี้แจงถึงมาตรการรับมือปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควัน
โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงในเรื่องการอุปโภคบริโภค ต่อจากนี้ 90 วันเป็นช่วงวิกฤติเพราะจะไม่มีฝน น้ำที่มีอยู่ก็เริ่มลดลง ในปีนี้เชื่อว่าประเทศไทย อาจพบกับปัญหาน้ำน้อย ซึ่งจะเป็นปัญหานำไปสู่ภัยแล้งได้ โดยพบว่าอาจมีหมู่บ้านได้รับผลกระทบกว่า 22,223 หมู่บ้าน ซึ่งนับเป็นร้อยละ 40 ของหมู่บ้านทั้งหมดที่มีทั่วประเทศ การแก้ปัญหาจะมุ่งไปที่น้ำกินน้ำใช้ โดยมาตรการระยะสั้นอันดับแรก หาภาชนะกักเก็บน้ำทุกหมู่บ้านต้องมีและจัดหารถส่งน้ำให้ และเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าเกิดการช่วยเหลือจะจัดระบบศูนย์อุปกรณ์มารวมกันทั้งหมด การขุดน้ำบาดาลอีก 2 หมื่นกว่าบ่อเพื่อเป็นแหล่งน้ำ ส่วน นายปลอดประสพ กล่าวว่า มาตรการระยะยาวการบริหารจัดการเรื่องน้ำจะบูรณาการทุกภาคส่วน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการทุกกระทรวงมาคุยและออกหลักการ แนวทางมาด่วนที่สุดคือการจัดระบบโซนนิ่งใหม่ พืชเกษตรอะไรที่ควรปลูกไม่ควรปลูก ซึ่งไม่ใช่การห้ามแต่เป็นทางเลือกใหม่ ถ้าใครเลือกทางเลือกนี้รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ ทั้งเงินทุน เทคโนโลยีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ดังนั้นอีก 5 ปีปะเทศไทยจะดีกว่านี้แน่นอนขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและสบายใจเพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทำงานเต็มที่
นายยุคล กล่าวถึงการดูแลเกษตรกรในการปลูกพืชเพื่อรับมือภัยแล้งว่า กระทรวงเกษตรฯได้จัดโซนนิ่งและประกาศพื้นที่ใดเหมาะสมเพาะปลูกพืชชนิดไหนไปแล้ว หรือควรงดปลูกพืช ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นแกนหลักในการจัดการในพื้นที่ ถ้าแล้งซ้ำซากก็ต้องปรับเปลี่ยนพืชไปนอกจากนี้แง่เศรษฐกิจก็มองว่าต้องผูกเรื่องตลาดเข้ามา ถ้าปลูกพืชแล้วไม่มีตลาดรองรับก็จะมีปัญหาอีกก็ต้องผู้เรื่องตลาดไปด้วย







